30 พฤศจิกายน 2549
ส่วนที่3 ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ
ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงของประมาณการอัตราเงินปันผลตอบแทนที่คำนวณโดยที่ปรึกษา
ทางการเงินอิสระที่อ้างอิงจากจากสมมติฐานและประมาณการของผู้ประเมินทรัพย์สิน
อิสระทั้ง 2 ราย
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าประมาณการอัตราเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุนปี 2550
(Dividend Yield) ที่คำนวณได้ดังกล่าวข้างต้นซึ่งอยู่ในช่วงร้อยละ 7.54 -8.07
จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าอัตราเงินปันผลตอบแทนของ CPNRF
ในปัจจุบัน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราเงินปันผลตอบแทนของ
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทใกล้เคียงกัน
เงินปันผลต่อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลังเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
ตามมติของคณะกรรมการลงทุนเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2549 และข้อมูลที่ได้แจ้ง
กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2549 การเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า ที่ราคาซื้อทรัพย์สินสูงสุดที่กองทุนรวมจะเข้าลงทุน
ที่ 6,840.0 ล้านบาท (เท่ากับราคาที่สูงกว่าราคาประเมินต่ำสุดของผู้ประเมินมูลค่า
ทรัพย์สินอิสระ 2 รายที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทุนรวมร้อยละ 20)
กองทุนรวมจะทำการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ในจำนวนสูงสุด
ไม่เกิน 685.5 ล้านหน่วย โดยจากประมาณการข้อมูลทางการเงิน สำหรับงวด 11 เดือน
ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 - 31 ธันวาคม 2550 ที่จัดทำโดยบริษัทจัดการและ CPN
และสอบทานโดยบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัดซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ที่กองทุนรวมแต่งตั้ง ดังรายละเอียดในเอกสารแนบ 5 (ประมาณการข้อมูลทางการเงิน
สำหรับงวด 11 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 - 31 ธันวาคม 2550 ที่จัดทำโดย
บริษัทจัดการและ CPN และสอบทานโดยบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัดซึ่ง
เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) เพื่อพิจารณาผลกระทบทางการเงินของกองทุนรวมจาก
การเข้าลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าด้วยสมมติฐานการเพิ่มเงินทุน
จำนวน 7,161.0 ล้านบาท โดยการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ในจำนวน 682.0 ล้านหน่วย
จะพบว่า ประมาณการจำนวนเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุน
เดิมภายหลังกองทุนรวมเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
สำหรับงวด 11 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 ถึง 31 ธันวาคม 2550 จะเพิ่มขึ้น
เป็น 0.74 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณร้อยละ 7. 76
(เปรียบเทียบกับราคาปิดของหน่วยลงทุน CPNRF ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2549 ซึ่งเท่ากับ
10.40 บาท) เมื่อเทียบกับประมาณการเงินปันผลต่อหน่วยของกองทุนรวมหากไม่ได้
ลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าสำหรับช่วงเวลาเดียวกันซึ่ง
เท่ากับ 0.72 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ
ร้อยละ 7.55 (เปรียบเทียบกับราคาปิดของหน่วยลงทุน CPNRF ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2549
ซึ่งเท่ากับ 10.40 บาท) ดังนั้นจากประมาณการงบกำไรขาดทุนดังกล่าว
ในการเข้าลงทุนของกองทุนรวมในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
และมีการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ในจำนวนสูงสุดไม่เกิน 685.5 ล้านหน่วย
ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระคาดว่าจะมีผลให้กองทุนสามารถจ่ายเงินปันผลต่อหน่วย
แก่ผู้ถือหน่วยเดิมได้เพิ่มขึ้นกว่าระดับเดิมที่ยังไม่ได้มีการลงทุนในโครงการเซ็นทรัล
พลาซา ปิ่นเกล้า
สรุป
ดังนั้น เมื่อพิจารณาทั้งราคาซื้อทรัพย์สินสูงสุดที่กองทุนรวมจะเข้าทำรายการที่ราคา
ไม่เกิน 6,840.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงราคาประเมินโดย
ผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินอิสระทั้ง 2 ราย (ทั้งก่อนปรับและหลังปรับผลกระทบจาก
ระยะเวลาการทำรายการ) ประมาณการอัตราเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย
ปี 2550 (Dividend Yield) ที่คำนวณโดยอ้างอิงจากประมาณการของผู้ประเมินทรัพย์สิน
อิสระทั้ง 2 ราย และประมาณการอัตราเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุนปี 2550
(Dividend Yield) ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระคำนวณโดยใช้ข้อมูลจากประมาณการ
ทางการเงิน สำหรับงวด 11 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 ถึง 31 ธันวาคม 2550
ที่จัดทำโดยบริษัทจัดการและ CPN และสอบทานโดยบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี
จำกัดซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่กองทุนรวมแต่งตั้ง ที่สูงกว่าอัตราเงินปันผลตอบแทน
จากการลงทุนของ CPNRF ในปัจจุบัน ที่ได้รับจากทรัพย์สินที่ได้ลงทุนครั้งแรก
และสูงกว่าอัตราเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุน (Dividend Yield)
ของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทใกล้เคียงกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
รวมทั้งการลงทุนเพิ่มเติมในอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้
ยังคาดว่าจะมีผลให้จำนวนเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมเพิ่มขึ้นดัง
ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การเข้าทำรายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โครงการเซ็นทรัล
พลาซา ปิ่นเกล้าดังกล่าวข้างต้น โดยมีรายละเอียดการเข้าลงทุนตามเอกสารแนบ 3
(ข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุนเพิ่ม) ที่ราคาสูงสุดไม่เกิน 6,840.0 ล้านบาท
จึงเป็นการลงทุนที่มีความสมเหตุสมผลและทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับประโยชน์ ทั้งนี้
ในการให้ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับราคายุติธรรมของราคา
สูงสุดของอสังหาริมทรัพย์โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ในส่วนที่กองทุนรวมจะเข้าลงทุนนี้ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่าราคาที่กองทุนจะเข้า
ลงทุนจะถูกกำหนดโดยวิธีการสำรวจปริมาณความต้องการซื้อหน่วยลงทุนของผู้
ลงทุน ณ ระดับราคาต่างๆ (Bookbuilding)
ซึ่งจะเป็นราคาที่สะท้อนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับของทั้งนักลงทุน
และเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
ราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์จริงอาจจะต่ำกว่าราคาซื้อทรัพย์สินสูงสุดข้างต้นได้
เนื่องจากราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าจะขึ้นกับมูลค่า
รวมที่ได้การเสนอขายหน่วยลงทุน ซึ่งจะถูกกำหนดโดยวิธีการสำรวจปริมาณความ
ต้องการซื้อหน่วยลงทุนของผู้ลงทุน ณ ระดับราคาต่างๆ (Bookbuilding)
ซึ่งจะสะท้อนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับของทั้งนักลงทุนและเจ้าของ
อสังหาริมทรัพย์ โดยราคาเสนอขายหน่วยลงทุนสุดท้ายของหน่วยลงทุนที่เสนอขาย
ครั้งนี้ จะถูกกำหนดโดยการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่นราคาซื้อขายหน่วยลงทุนของ
กองทุนรวมในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงเวลาที่มีการออกและเสนอขายหน่วยลงทุน
เพิ่มเติม สภาวะตลาดโดยรวม และปริมาณความสนใจของผู้ลงทุนระหว่างการสำรวจ
ปริมาณความต้องการซื้อหน่วยลงทุน (Bookbuilding) เป็นต้น
โดยที่ราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์จริงจะเท่ากับจำนวนเงินสุทธิที่กองทุนรวมได้จากการเ
พิ่มทุน ซึ่งเท่ากับมูลค่าเงินเพิ่มทุนรวมที่ได้การเสนอขายหน่วยลงทุน
หักด้วยค่าใช้จ่ายในการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายเพื่อการ
ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (เช่น ค่าธรรมเนียมและภาษีต่าง ๆ) และเงินสดหมุนเวียน
เพื่อใช้ในการบริหารโครงการ (ซึ่งเท่ากับประมาณการค่าใช้จ่ายทั่วไปของกองทุน
เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน)