30 พฤศจิกายน 2549
ส่วนที่3 ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ
ส่วนที่ 3
ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับการทำรายการลงทุน
ในอสังหาริมทรัพย์
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
1) ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของ
การทำรายการ
วัตถุประสงค์และเหตุผลในการเข้าทำรายการ
วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม
คือการระดมเงินทุนเพื่อไปซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์และจัดหาผลประโยชน์จาก
อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว เพื่อมุ่งก่อให้เกิดรายได้และผลตอบแทนแก่กองทุนรวม
มีการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอและ
เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนรวมในระยะยาว
และเพื่อให้บริษัทจัดการและผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์สามารถบรรลุเป้าหมายหลัก
ดังกล่าวได้ นอกจากต้องมีการบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าลงทุนอย่างมี
ประสิทธิภาพแล้ว กลยุทธ์การลงทุนที่กองทุนรวมมักจะใช้คือการขยายการลงทุน
ในอสังหาริมทรัพย์
อื่นที่มีทำเลที่ตั้งที่ดีและมีศักยภาพในการสร้างรายได้และผลตอบแทนจากการลงทุน
ที่ดีในระยะยาวเพิ่มเติมที่สามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนและมูลค่าทรัพย์สิน
ให้กองทุนรวม
ตามนโยบายการลงทุนของกองทุนรวม บริษัทจัดการในฐานะบริษัทจัดการของ
กองทุนรวม จะมุ่งเน้นการลงทุนโดยการรับโอนกรรมสิทธิ์ และ/หรือสิทธิการเช่า
ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Property) หรืออสังหาริมทรัพย์
ประเภทอื่นใด โดยในเบื้องต้นจะมุ่งเน้นการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์
ประเภทศูนย์การค้า และ/หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทค้าปลีก ที่ CPN
และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมีกรรมสิทธิ์และ/หรือสิทธิครอบครอง ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและ
จะได้มีขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ การเข้าลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักด้าน
ตะวันตกของกรุงเทพมหานคร และอยู่ภายใต้การบริหารงานของ CPN
มีความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนจาก
การลงทุนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างมั่นคงในระยะยาว ทั้งนี้ การเข้าลงทุนในโครงการ
เซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่กองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุน ดังต่อไปนี้
ผลดีจากการเข้าลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
1. เป็นการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial Property)
ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่กองทุนรวม
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
จัดได้ว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรใน
ระดับที่ดี ในระยะยาว อันจะทำให้กองทุนรวมสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราที่เหมาะสมให้แก่
ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่าง
สม่ำเสมอ โดยโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้ามีจุดเด่นในด้านต่างๆ
ซึ่งช่วยสนับสนุนความสำเร็จในการเจริญเติบโตของศูนย์การค้าที่ผ่านมาดังนี้
? ทำเลที่ตั้ง: โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี
ซึ่งเป็นถนนหลักในการเดินทางสู่ภาคตะวันตกของประเทศ และที่ตั้งของโครงการยังเป็นจุดที่มี
รถประจำทางผ่านหลายสาย
และเป็นจุดเชื่อมต่อของรถตู้สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกลับจากที่พักอาศัยในเขตชานเมือง
รอบนอก รวมถึงเป็นเขตพื้นที่ที่มีบ้านพักอาศัยและสถานศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก
? ความหลากหลายของผู้เช่า: อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ประกอบไปด้วยร้านค้าชั้นนำเปิดให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านค้าปลีก
ทั้งสินค้าแฟชั่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ร้านหนังสือ และร้านอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ
ซึ่งมีความหลากหลายในสินค้าและบริการ โดยร้านค้าดังกล่าวได้ถูกจัดสัดส่วนประเภทผู้เช่า
(Tenant Mix) และจัดแบ่งพื้นที่เช่า (Zoning Arrangement) อย่างเหมาะสม
เพื่อช่วยดึงดูดให้มีผู้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง
? อัตราการเช่าพื้นที่สูง: อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าเฉพาะส่วนที่กองทุน
รวมจะลงทุน มีอัตราการเช่าพื้นที่ในระดับที่สูงถึงร้อยละ 98.2 (ข้อมูล ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2549)
ซึ่งถือว่าเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าที่มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงโครงการหนึ่ง
ในขณะที่อาคารสำนักงาน (ทั้ง A และ B) มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉพาะส่วนที่กองทุนรวมจะเข้า
ลงทุนร้อยละ 83.2 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549) ซึ่งทำให้โครงการเซ็นทรัล พลาซา
ปิ่นเกล้าเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงโครงการหนึ่ง
? การเสริมประโยชน์ร่วมกันจากการมีศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานในโครงการเดียวกัน:
การที่โครงการมีอาคารสำนักงานอยู่ในบริเวณเดียวกับโครงการศูนย์การค้า จะช่วยให้เกิด
การประสานประโยชน์ร่วมกัน (Synergistic Benefit)
โดยการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในศูนย์การค้าจากพนักงานและผู้ที่มาติดต่อ
ของอาคารสำนักงานในโครงการ
ในขณะเดียวกันผู้เช่าในอาคารสำนักงานของโครงการนอกจากจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก
จากศูนย์การค้าแล้ว การที่ผู้เช่าหลายรายในอาคารสำนักงานเซ็นทรัลทาวเวอร์ A ปิ่นเกล้า และ B
ปิ่นเกล้ามีการดำเนินธุรกิจที่ส่งเสริมกับธุรกิจค้าปลีก เช่น สถานศึกษาต่างๆและสถานบริการ
เพื่อสุขภาพ เป็นต้น โดยการเลือกเช่าพื้นที่สำนักงานในอาคารสำนักงานดังกล่าว
จะทำให้ผู้เช่าเหล่านี้มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้
การมีอาคารสำนักงานตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกับอาคารศูนย์การค้าทำให้เกิดการเอื้อ
ประโยชน์ต่อกันในด้านการบริหารที่จอดรถได้ดีขึ้น
จากจุดเด่นของตัวโครงการดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้นประกอบกับการที่ CPN
ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าและเป็นผู้ประกอบการและ
ผู้บริหารโครงการมาตั้งแต่ต้น จะเข้าเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของโครงการเซ็นทรัล
พลาซา ปิ่นเกล้าซึ่งกองทุนรวมจะเข้าลงทุนเพิ่มเติม
น่าจะทำให้การเข้าลงทุนโครงการดังกล่าวสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีให้แก่
กองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุน
2. เป็นการกระจายความหลากหลายของแหล่งที่มาของรายได้ของกองทุนรวม
โดยการขยายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่ที่ประกอบด้วยอาคารศูนย์การค้า
และอาคารสำนักงาน
ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนรวม รายได้หลักของกองทุนรวมอยู่ในรูปของรายได้ค่าเช่าและ
ค่าบริการจากการให้เช่าพื้นที่
เพื่อการพาณิชย์ในโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา พระราม 2 และโครงการศูนย์
การค้าเซ็น ทรัล พลาซา-พระราม 3 การเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเซ็นทรัล พลาซา
ปิ่นเกล้า ซึ่งประกอบด้วยอาคารศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานเพื่อการพาณิชย์
จะช่วยลดการพึ่งพาแหล่งรายได้ของกองทุนรวมที่เดิมมาจากอสังหาริมทรัพย์ประเภท
ศูนย์การค้า 2 โครงการ โดยการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเซ็นทรัล พลาซา
ปิ่นเกล้าจะช่วยเพิ่มที่มาของแหล่งรายได้ของกองทุนรวมจากทำเลที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเป็นการกระจายแหล่งรายได้ของกองทุนรวมบางส่วน
ไปยังอสังหาริมทรัพย์
ประเภทอาคารสำนักงาน
3. การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุนในตลาดรอง
การออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ซึ่งจะออกและเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วย
ลงทุนเดิมและเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
ซึ่งจะรวมถึงผู้ลงทุนประเภทสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง
จะทำให้หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีการออกและเสนอขาย เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่
ทั้งสิ้น 1,091.5 ล้านหน่วย เป็นจำนวนไม่เกิน 1,777 ล้านหน่วย
ซึ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณหน่วยลงทุนของกองทุนรวมรวมถึงการขยายฐานนักลงทุนน่า
จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในตลาดรอง
4. การเพิ่มขึ้นของประมาณการเงินปันผลต่อหน่วย (DPU)
ในการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ถึงแม้จะมีการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและ
นักลงทุนรายใหม่ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
นี้คาดว่าจะทำ
ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมได้รับผลตอบแทนจากประมาณการเงินปันผลต่อหน่วยที่สูงขึ้น
จากการวิเคราะห์การเพิ่มขึ้นของเงินปันผลต่อหน่วยของผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจากการ
ลงทุนในทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมดังรายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 5
ซึ่งแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับประมาณการข้อมูลทางการเงินสำหรับงวด 11 เดือน ตั้งแต่
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550-31 ธันวาคม 2550 ซึ่งจัดทำโดยบริษัทจัดการ และ CPN และ
สอบทานโดยบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ประมาณการเงินปันผลต่อหน่วยสำหรับงวด 11 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550
ถึง 31 ธันวาคม 2550 ที่คาดว่าผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจะได้รับหลังจากการลงทุนเพิ่มเติม
จะสูงกว่าประมาณการ
เงินปันผลต่อหน่วยที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจะได้รับจากอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนครั้งแรก
สำหรับงวดบัญชีเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว เงินปันผลต่อหน่วยอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ
ที่อาจส่งผลกระทบ เช่น สภาพการแข่งขันของธุรกิจ ค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการบริหาร
อสังหาริมทรัพย์ การลงทุนเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และปัจจัยเศรษฐกิจอื่นๆ
เป็นต้น
ปัจจัยความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา
ปิ่นเกล้าที่อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างผลตอบแทนของกองทุนรวม
แม้ว่า โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้าจะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการ
พาณิชย์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรที่ดี จากการมีทำเลที่ตั้งที่ดี
มีผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสามารถและประสบการณ์ในการบริหาร
อสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานที่เป็นที่ยอมรับ และมีการ
จัดสัดส่วนของประเภทผู้เช่า (Tenant Mix) และการจัดแบ่งพื้นที่เช่า (Zoning Arrangement)
ที่เหมาะสม การเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวก็จะยังมีความเสี่ยง
อยู่บ้างซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรของโครงการ
ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนรวมที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน
ในโครงการไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยปัจจัยความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนที่อาจ
มีผลกระทบต่อความสามารถในการ
สร้างรายได้และกำไรของโครงการแก่กองทุนรวมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
- ความเสี่ยงจากการแข่งขันจากโครงการค้าปลีกในบริเวณใกล้เคียง
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบริเวณที่ตั้งของโครงการเมเจอร์
ซีนีเพล็กซ์ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นศูนย์ภาพยนตร์ซึ่งมีร้านค้าปลีกรวมอยู่ด้วย
ลูกค้าสามารถที่จะเดินข้ามไปมาระหว่างโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า และ
โครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ปิ่นเกล้าโดยใช้สะพานลอยคนข้ามที่ตั้งอยู่หน้าโครงการ
ทั้งสอง จากการที่ทั้ง 2 โครงการตั้งอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกันมาก จึงมีการ
แข่งขันกันบ้างในธุรกิจร้านค้าที่คล้ายคลึงกัน เช่น กิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม
เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นศูนย์การค้า
ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สถาบันการศึกษา
และร้านค้าหลายประเภทจึงน่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ได้หลากหลายกว่า
- ความเสี่ยงในเรื่องทำเลที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า ตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี ย่านปิ่นเกล้า
ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร โดยผลการดำเนินงานของโครงการ
ดังกล่าวจึงจะขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม สภาพชุมชน ธุรกิจ การค้า และสภาพการ
คมนาคมในย่านนั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบเหล่านี้
อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณลูกค้าที่จะเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในโครงการ
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนรวมในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น
การซ่อมหรือปรับปรุงถนนบรมราชชนนี อาจทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น
และอาจส่งผลให้ปริมาณลูกค้าลดน้อยลง
- ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระค่าเช่าของผู้เช่า
ความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้เช่าจะส่งผลกระทบถึงการชำระค่าเช่า
การต่อสัญญาเช่า หรือการยกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนด ซึ่งจะส่งผลโดยตรง
ต่อรายได้ของกองทุนรวม อย่างไรก็ตาม การทำสัญญาเช่าทุกสัญญาจะมีการ
เรียกเก็บเงินประกันค่าเช่าเป็นมูลค่าเท่ากับค่าเช่า 3-6 เดือน
ซึ่งสามารถนำมาใช้ชดเชยเป็นรายได้ของกองทุนรวมในกรณีไม่สามารถ
เรียกเก็บค่าเช่าจากผู้เช่ารายนั้นๆได้ โดยที่ CPN
ในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวมจะดำเนินการหาผู้เช่ารายใหม่
มาทดแทนเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กองทุนรวม อย่างต่อเนื่อง
- ความเสี่ยงจากการที่กองทุนรวมไม่มีสิทธิบนพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล
ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่ตั้งอยู่ในโครงการเซ็นทรัล พลาซา
ปิ่นเกล้าไม่ใช่ผู้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าและไม่ได้ให้สิทธิการเช่าแก่กองทุนรวม
ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล อาจดำเนินการขายหรือให้เช่าช่วงที่ดินและพื้นที่
ดังกล่าวแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยกองทุนรวมไม่มีสิทธิโต้แย้ง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว
อาจจะส่งผลกระทบต่อการบริหาร
ศูนย์การค้าและผลการดำเนินงานของกองทุนรวมได้
- ความเสี่ยงจากการลงทุนในอาคารสำนักงาน
ผลตอบแทนของกองทุนรวมที่ได้หลังจากการลงทุนในอาคารสำนักงาน เซ็นทรัล
ทาวเวอร์ A ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลทาวเวอร์ B ปิ่นเกล้า
อาจมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากผลตอบแทนของกองทุนรวมก่อนการลงทุนเพิ่มเติม
ซึ่งมาจากการดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม
จากข้อมูลการประมาณการรายได้ของกองทุนรวมสำหรับงวดระหว่าง
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 สัดส่วนของรายได้จากอาคาร
สำนักงานทั้งสองอยู่ประมาณร้อยละ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับประมาณการรายได้
ทั้งหมดของกองทุนรวมภายหลังการลงทุน
ในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในครั้งนี้ บริษัทจัดการเชื่อว่าการลงทุนในอาคารสำนักงาน
ดังกล่าว จะไม่ส่งผลให้รูปแบบผลตอบแทนโดยรวมของกองทุนรวมเปลี่ยนแปลงไป
อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการรับประกันรายได้ค่าเช่าและค่าบริการของอาคารสำนักงาน
เซ็นทรัล ทาวเวอร์ B ปิ่นเกล้า สำหรับระยะเวลา 12 เดือน
จากการที่อาคารสำนักงานเซ็นทรัลทาวเวอร์ B ปิ่นเกล้า ได้เริ่มเปิดให้เช่าพื้นที่ใน
เดือน มีนาคม 2549 โดย มีอัตราการเช่าพื้นที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 เท่ากับ
ร้อยละ 50.83 ดังนั้น CPN ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารสำนักงานเซ็นทรัล
ทาวเวอร์ B ปิ่นเกล้า จึงได้ตกลงรับประกันรายได้ค่าเช่าและค่าบริการให้แก่กองทุนรวม
เป็นจำนวน 41.1 ล้านบาท รวมเป็นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่กองทุนรวมได้ลงทุน
ในอาคารสำนักงานเซ็นทรัล ทาวเวอร์ B ปิ่นเกล้าแล้ว ทั้งนี้
รายได้ค่าเช่าและค่าบริการจริงจากอาคารสำนักงานเซ็นทรัลทาวเวอร์ B
ปิ่นเกล้าหลังช่วงเวลาการรับประกันรายได้ค่าเช่าดังกล่าวอาจแตกต่างไปจากรายได้
ค่าเช่าและค่าบริการที่ได้ประกันไว้ในระยะเวลา 12 เดือนดังกล่าว ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปล่อยเช่าพื้นที่เช่าในอาคารสำนักงานเซ็นทรัล
ทาวเวอร์ B ปิ่นเกล้าภายหลังระยะเวลารับประกันรายได้ค่าเช่าและ
ค่าบริการดังกล่าว
- ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการปรับปรุง ซ่อมแซมและ การโยกย้ายพื้นที่ใน
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
นอกเหนือจากการปรับปรุงและการซ่อมแซมบำรุงรักษาประจำปีซึ่งเป็นปกติ
ของศูนย์การค้าแล้ว ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์มีแผนที่จะย้ายศูนย์อาหารจาก
ปัจจุบันที่ตั้งอยู่ในบริเวณชั้น 5 ของอาคารส่วนที่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล
ไปยังพื้นที่ส่วนที่จะขยายเพิ่มเติมในชั้นเดียวกัน ซึ่งพื้นที่เพิ่มเติมนี้ถือเป็นพื้นที่ที่
กองทุนรวมจะลงทุน ทั้งนี้คาดว่าการย้ายศูนย์อาหารดังกล่าวจะส่งผลให้การให้
บริการของศูนย์อาหารเดิมต้องหยุดชะงักเป็นการชั่วคราวในช่วงประมาณ
ครึ่งปีแรกของปี 2550 ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณลูกค้าบ้าง
อย่างไรก็ตามผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์จะดำเนินการเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อ
ร้านค้าและลูกค้าน้อยที่สุด
- ความเสี่ยงจากการไม่ปฎิบัติตามสัญญาเช่าช่วงของผู้ให้เช่าช่วงสิทธิใน
ที่ดินและการเช่าสิ่งปลูกสร้าง
เนื่องจากการลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า ของกองทุนรวม
เป็นการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสิทธิการเช่าช่วงและสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งการลงทุนในลักษณะดังกล่าวกองทุนรวมมีความเสี่ยงจากการที่สัญญาเช่า
และ/หรือสัญญาเช่าช่วงระงับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสัญญาเช่าช่วงนั้น
หากสัญญาเช่าหลักระหว่าง CPN กับบริษัท ห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์
จำกัด ระงับสิ้นไป สัญญาเช่าช่วงที่ดินระหว่าง กองทุนรวม กับ CPN ก็จะระงับสิ้นไปด้วย
ซึ่งเมื่อสัญญาเช่าช่วงที่ดินระงับสิ้นไปแล้วทำให้กองทุนรวมไม่สามารถใช้
ประโยชน์จากที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารศูนย์การค้าที่กองทุนรวมลงทุน
ในสิทธิการเช่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่สะดวกบางประการ
ในการใช้ประโยชน์ในอาคารศูนย์การค้าที่กองทุนรวมเช่าได้ (แต่อย่างไรก็ดี
สิทธิของกองทุนรวมในการเช่าอาคารศูนย์การค้าก็มิได้สิ้นสุดลง
โดยกองทุนรวมจะยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากอาคารศูนย์การค้าได้) อนึ่ง
เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ CPNปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าที่ดิน
ที่ทำกับเจ้าของที่ดินอันอาจ
เป็นเหตุให้สัญญาเช่าช่วงที่ดินระหว่าง CPN กับกองทุนรวมถูกยกเลิก CPN
จะดำเนินการเพื่อให้กองทุนรวมได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้ง
ของอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โครงการ เซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ในการสวมสิทธิตามสัญญาเช่าที่ดินแทน CPN ให้เสร็จสิ้นก่อนการเข้าลงทุนใน
อสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้ เพื่อให้สิทธิของกองทุนรวมในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ไม่ด้อยลงและกองทุนรวม
ไม่ต้องชำระค่าเช่าที่ดินเพิ่มเติมอีก และนอกจากนี้ CPN
ก็ได้ชำระค่าเช่าที่ดินตามสัญญาเช่าหลักเป็นการล่วงหน้าครบถ้วนเต็มจำนวนแล้ว
- ความเสี่ยงจากเงินชดเชยที่ได้จากการทำประกันภัยอสังหาริมทรัพย์อาจได้
ไม่ครบตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
กองทุนรวมอาจได้รับความเสียหายทางการเงินเนื่องจากเงินชดเชยที่ได้จากการ
ประกันภัยอาจชดเชยความเสียหายไม่ได้ทั้งหมด และความเสี่ยงบางอย่างอาจ
ไม่สามารถทำประกันคุ้มครองได้ ในกรณีที่เกิดความเสียหายในส่วนที่ไม่ได้
รับความคุ้มครองหรือความเสียหาย
ดังกล่าวมีมูลค่ามากกว่าวงเงินประกัน หรือกองทุนรวมไม่สามารถเรียกเงิน
ประกันได้ครบถ้วนตามกรมธรรม์ กองทุนรวมอาจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
ทำให้รายได้ในอนาคตของอสังหาริมทรัพย์ไม่เป็นไปตามประมาณการ
อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมจะจัดทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองอสังหาริมทรัพย์
ของกองทุนรวมประเภทต่างๆ โดยได้พิจารณาให้มีความเพียงพอและเหมาะ
สมตามลักษณะของการดำเนิน
ธุรกิจศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน รวมถึงลักษณะการบริหารกองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่พึงกระทำ
- ความเสี่ยงจากเรื่องความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวม
การจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมจะถูกกำหนดจากผลการดำเนินงาน
โดยผลการดำเนินงานของกองทุนรวมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ
ทั้งในและต่างประเทศ ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
การแข่งขันจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ
การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ความจำเป็นในการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
เนื่องจากธุรกิจศูนย์การค้าเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
ประกอบกับต้องมีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ด้านค้าปลีกเป็นอย่างดี
ทำให้การเข้ามาสู่ธุรกิจศูนย์การค้าของผู้ประกอบการรายใหม่ในปัจจุบันเป็น
ไปได้ยาก ผู้ประกอบการรายใหม่ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจเป็นเพียงการสร้างรูปแบบ
ของศูนย์การค้าขนาดเล็กตามชุมชน ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องการขาดความ
หลากหลายของร้านค้า ในปัจจุบัน โครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ซึ่ง
มีทำเลที่ตั้งที่ดี เปิดดำเนินการมานาน เป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวาง
และมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยผู้ประกอบการชั้นนำไม่กี่ราย เช่น กลุ่มบริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นต้น ดังนั้น
เป้าหมายโครงการศูนย์การค้าที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตที่ดีทั้งในด้าน
รายได้และกำไรที่มีอยู่ที่กองทุนรวมจะเข้าลงทุนเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการ
ที่มีอยู่จึงมีไม่มากนัก ทั้งนี้ การที่กองทุนรวมจะเข้าลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา
ปิ่นเกล้าซึ่งถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทโครงการศูนย์การค้าซึ่งมี
ศักยภาพในการสร้างรายได้และผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่ดี
จากการมีทำเลที่ตั้งที่ดี มีการจัดแบ่งพื้นที่และประเภทของผู้เช่าอย่าง
เหมาะสม และมี CPN ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาและ
บริหารงานโครงการศูนย์การค้าเป็นผู้ประกอบการของโครงการ ซึ่งทำให้ CPN
มีความรู้ความเข้าใจในลักษณะของโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า เป็นอย่างดี
รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เช่าพื้นที่ในโครงการ
เป็นผู้บริหารศูนย์การค้าน่าจะช่วยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับ
ที่ดีให้แก่กองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุน
นอกจากนี้ การเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
เป็นไปตามนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมซึ่งจะเน้นการลงทุนโดยการ
รับโอนกรรมสิทธิ์ และ/หรือสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์
(Commercial Property) หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นใด
โดยในเบื้องต้นจะมุ่งเน้นการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ประเภท
ศูนย์การค้า และ/หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทค้าปลีก ที่ CPN และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมี
กรรมสิทธิ์และ/หรือสิทธิครอบครอง ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและจะได้มีขึ้นในอนาคต
โดยกองทุนรวมได้รับสิทธิในการปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal)
ในการซื้อและ/หรือรับโอนกรรมสิทธิ์และ/หรือรับโอนสิทธิครอบครองจาก
CPN และ/หรือบริษัทที่ CPN มีอำนาจควบคุม สำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภท
ศูนย์การค้า และ/หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทค้าปลีกที่ CPN และ/หรือบริษัทที่
CPN มีอำนาจควบคุม ตกลงที่จะขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้แก่บุคคลใด
โดยที่ CPN และ/หรือบริษัทที่ CPN มีอำนาจควบคุม ยังคงมีหน้าที่เป็นผุ้บริหาร
อสังหาริมทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ทั้งนี้ CPN ได้ให้สิทธิในการปฏิเสธ
ก่อน (Right of First Refusal) ดังกล่าวแก่กองทุนรวมเป็นระยะเวลา 7 ปี
นับจากวันจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนรวม ทั้งนี้ CPN สงวนสิทธิในการที่จะ
ให้สิทธิในการปฏิเสธก่อนแก่กองทุนรวมในกรณีที่ CPN พ้นจากการ
ทำหน้าที่บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม
ข้อควรพิจารณาในการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
- การก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขราคาและการเข้าทำ
รายการที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อกองทุนรวม
การทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันอาจทำให้มีข้อสงสัยว่าการเจรจา
ต่อรองเรื่องเงื่อนไขและราคาต่างๆ ดำเนินการไม่ได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกับ
การทำรายการดังกล่าวกับบุคคลภายนอกและอาจคำนึงถึง
ผลประโยชน์ของบุคคลที่เกี่ยวโยงกันมากกว่าของกองทุนรวม
ทั้งนี้ ในการพิจารณาราคาที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนในโครงการเซ็นทรัล
พลาซา ปิ่นเกล้า กองทุนรวมได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอิสระสองราย
มาศึกษาและประเมินราคาที่เหมาะสมของโครงการในส่วนที่
กองทุนรวมจะเข้าลงทุน เพื่อนำเสนอเป็นข้อมูลให้แก่ที่ประชุมผู้ถือหน่วย
ลงทุนเพื่อใช้พิจารณาตัดสินใจอนุมัติการทำรายการ
ดังกล่าวโดย CPN ในฐานะผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่และผู้บริหาร
อสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม รวมถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกับ
CPN ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการ
ทำรายการ จะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเพื่ออนุมัติการทำรายการ
แต่อย่างใด รวมถึงกองทุนรวมได้มีการจัดตั้งทีมงานภายในและว่าจ้าง
ที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาทางด้านกฏหมาย
เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบในด้านต่างๆที่มีต่อกองทุนรวม
และผู้ถือหน่วยลงทุน จากการเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
และการเตรียมการในด้านต่างๆ เพื่อขออนุญาตและความเห็นชอบจ
กสำนักงาน ก.ล.ต.ฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการทำรายการจะก่อให้เกิดประโยชน์
แก่กองทุนรวมเองและผู้ถือหน่วยลงทุน และมีการดำเนินการอย่างถูกต้องตาม
เกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ การกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะเข้าลงทุนใน
ครั้งนี้จะกำหนดจากจำนวนเงินสุทธิที่ได้จากการเพิ่มทุนหักด้วยค่าใช้จ่าย
ในการทำรายการ โดยที่มูลค่ารวมที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนจะถูก
กำหนดโดยวิธีการ
สำรวจปริมาณความต้องการซื้อหน่วยลงทุนของผู้ลงทุน ณ ระดับราคาต่างๆ
(Bookbuilding) ซึ่งจะสะท้อนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับของทั้ง
นักลงทุนและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ โดยราคาเสนอขายหน่วยลงทุนสุดท้ายของ
หน่วยลงทุนที่เสนอขายครั้งนี้ จะถูกกำหนดโดยการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ
เช่นราคาซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในตลาดหลักทรัพย์
ในช่วงเวลาที่มีการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม สภาวะตลาดโดยรวม
และปริมาณความสนใจของผู้ลงทุนระหว่างการสำรวจปริมาณความต้องการซื้อหน่วยลงทุน
เป็นต้น
ก่อนที่จะมีการเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนพิจารณาเพื่ออนุมัติการเข้าทำ
รายการลงทุนในโครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
คณะกรรมการลงทุนของกองทุนรวมซึ่งประกอบด้วยกรรมการจำนวน 5 ท่าน
ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยบริษัทจัดการในนามของกองทุนรวม
ในฐานะตัวแทนของบริษัทจัดการ จำนวน 1 ท่าน
กรรมการที่แต่งตั้งโดยบริษัทจัดการโดยพิจารณาจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2 ท่าน และกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดย
บริษัทจัดการในนามของกองทุนรวม โดยพิจารณาจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ
จากผู้ถือหน่วยลงทุนจำนวน 2 ท่าน และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่บริษัทจัดการ
กำหนดจะพิจารณาถึงความเหมาะสม รวมถึงผลประโยชน์และผลตอบแทนที่คาด
ว่ากองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนจะ
ได้รับจากการเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าว โดยกรรมการลงทุนที่มีส่วนได้เสีย
ในการตกลงเข้าทำรายการ ไม่เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุม
ปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมในการทำรายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โครงการ
เซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
1. การไถ่ถอนการขายฝากสิ่งปลูกสร้างที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเซ็นทรัล
พลาซา ปิ่นเกล้า และการยกเลิกสัญญาเช่างานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวเนื่องกับ
โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
CPN ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
อาคารสำนักงาน และพื้นที่จอดรถยนต์ ได้ขายฝากอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล
(ยังมีต่อ)