03 พฤศจิกายน 2549
สารสนเทศการได้มาหรือจำหน่ายไปและรายการเกี่ยวโยง
สารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์และรายการที่เกี่ยวโยงกัน
ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการลงทุน ("คณะกรรมการลงทุน") ของกองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNRF) ("กองทุนรวม") ซึ่งจัดการโดย
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทย จำกัด ("บริษัทจัดการ")
ครั้งที่ 5/2549 (โดยกรรมการลงทุนที่มีส่วนได้เสียในการตกลงเข้าทำรายการ
มิได้เข้าประชุม และไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมในวาระนี้) ได้มีมติเมื่อวันที่ 2
พฤศจิกายน 2549 ให้กองทุนรวมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม รายละเอียด
ดังนี้
1. วัน เดือน ปี ที่มีเกิดรายการ
- ภายหลังจากได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนในการเข้าทำรายการ
และได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
("สำนักงาน ก.ล.ต.") และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลาดหลักทรัพย์")
ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองทุนรวมได้ดำเนินการเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม
แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าการทำรายการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2550
2. คู่กรณีที่เกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กับกองทุนรวม
- บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
- ความสัมพันธ์กับกองทุนรวม
เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ในสัดส่วนร้อยละ 33 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด
ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2549 เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ และมีผู้บริหารร่วมกัน
คือ นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ และนายนริศ เชยกลิ่น ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการ
ผู้จัดการใหญ่และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงินและบัญชีในบริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ และผู้บริหารทั้ง 2 ท่านดำรง
ตำแหน่งกรรมการลงทุนในกองทุนรวม
3. ลักษณะทั่วไปของรายการ
3.1 กองทุนรวมจะเพิ่มเงินทุนของกองทุนรวมจำนวนไม่เกิน 7,265.0 ล้านบาท
โดยการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม ในจำนวนไม่เกิน 691.0 ล้าน
หน่วย ซึ่งกองทุนรวมจะแบ่งการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้
ออกเป็น 2 ส่วน คือ
(1) การจัดสรรหน่วยลงทุนจำนวนร้อยละ 50 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกและ
เสนอขายเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อเสนอขายให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีรายชื่อ
ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน (กำหนดการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือ
หน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิในการจองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบ
ต่อไป) ซึ่งรวมถึงการจัดสรรให้แก่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนเดิม ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน
(ซึ่งในส่วนนี้ไม่นับเป็นรายการที่เกี่ยวโยง)
(2) การจัดสรรหน่วยลงทุนจำนวนที่เหลือให้แก่บุคคลในวงจำกัด ซึ่งรวมถึง
การจัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในมูลค่า
ไม่เกิน 1,210.8 ล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุนรวมจะจัดสรรหน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติมในครั้งนี้
ในจำนวนรวมร้อยละ 33 ของหน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายในครั้งนี้ทั้งหมด
ให้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต.
3.2 กองทุนรวมจะนำเงินที่ได้จากการเพิ่มเงินทุนดังกล่าวไปลงทุนในอสังหา
ริมทรัพย์เพิ่มเติม โดยการเช่าและเช่าช่วงในอสังหาริมทรัพย์ของโครงการ
เซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า จากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) รวม
มูลค่าไม่เกิน 6,934.92 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าสุดท้ายของอสังหาริมทรัพย์
ที่กองทุนรวมจะลงทุนเพิ่มเติมจะเป็นราคาที่ไม่สูงกว่าราคาที่ได้จากรายงาน
การประเมินค่าต่ำสุดเกินร้อยละ 20 ของราคาที่ได้จากรายงานการประเมินค่า
ของผู้ประเมินราคาอิสระ รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์มีดังนี้
รายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนเพิ่มเติม
กองทุนรวมจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โครงการเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า
ซึ่งประกอบด้วย การเช่าสิ่งปลูกสร้างของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ที่เป็นอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า (บางส่วน) จำนวน 1 อาคาร
และอาคารสำนักงาน (ทั้งอาคาร) จำนวน 2 อาคาร รวมถึงพื้นที่จอดรถยนต์
ภายในอาคาร (ตามสัดส่วนการใช้งานของพื้นที่อาคารศูนย์การค้าและพื้นที่
อาคารสำนักงานที่กองทุนรวมจะลงทุน) และงานระบบที่เกี่ยวเนื่องกับอาคาร
ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และที่จอดรถดังกล่าว รวมเป็นพื้นที่ใช้สอยที่
กองทุนจะลงทุนประมาณ 190,236 ตารางเมตร คิดเป็นประมาณร้อยละ
66.4 ของพื้นที่ใช้สอยของโครงการ (ไม่รวมส่วนอาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล
ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุนรวมธุรกิจไทย 3) และการเช่าช่วงที่ดิน ที่เป็นที่ตั้ง
ของอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ที่จอดรถ รวมถึงถนนรอบโครงการ
และทางเข้าออกโครงการดังกล่าวจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ซึ่งสัญญาการเช่าและเช่าช่วงระยะยาวดังกล่าวจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567
3.3 การเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมในส่วนที่เกี่ยวกับ
ค่าธรรมเนียมในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
ของกองทุนรวม ซึ่งคือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ในเรื่องดัง
ต่อไปนี้
(1) การเพิ่มค่าคอมมิชชั่นจากการจัดหาผู้เช่าและการบริหารจัดการผู้เช่า
สำหรับผู้เช่าโครงการศูนย์การค้า
- การแก้ไขค่าคอมมิชชั่นจากการจัดหาผู้เช่าและการบริหารจัดการผู้เช่าเมื่อมี
การทำสัญญากับผู้เช่ารายใหม่ สำหรับผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุ 3 ปี จากอัตรา
ค่าคอมมิชชั่นที่อัตราค่าเช่า 1.0 เดือน เป็น 1.5 เดือน
- การเพิ่มเติมค่าคอมมิชชั่นสำหรับผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุมากกว่า 3 ปี และ
ผู้เช่าได้ชำระค่าสิทธิการเช่าล่วงหน้า (ค่าเซ้ง) ในอัตราค่าคอมมิชชั่นที่ร้อยละ 3
ของค่าสิทธิการเช่าล่วงหน้าที่ได้รับจากผู้เช่า
สำหรับผู้เช่าโครงการอาคารสำนักงาน
- ในกรณีผู้เช่ารายเดิมต่อสัญญา ค่าคอมมิชชั่นจากการจัดหาผู้เช่าและการ
บริหารจัดการผู้เช่า เท่ากับอัตราค่าเช่า 0.5 เดือน
- ในกรณีทำสัญญากับผู้เช่ารายใหม่ ค่าคอมมิชชั่นมี 3 อัตราขึ้นอยู่กับอายุ
สัญญาเช่า
-1 ผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุไม่ถึง 3 ปี ค่าคอมมิชชั่นจากการจัดหาผู้เช่าและ
การบริหารจัดการผู้เช่า เท่ากับอัตราค่าเช่า 0.5 เดือน
-2 ผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ค่าคอมมิชชั่นจากการจัดหาผู้เช่า
และการบริหารจัดการผู้เช่า เท่ากับอัตราค่าเช่า 1.0 เดือน
-3 ผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุมากกว่า 3 ปี และผู้เช่าได้ชำระค่าสิทธิการเช่าล่วงหน้า
(ค่าเซ้ง) ค่าคอมมิชชั่นจากการจัดหาผู้เช่าและการบริหารจัดการผู้เช่า เท่ากับ
ร้อยละ 3.0 ของค่าสิทธิการเช่าล่วงหน้าที่ได้รับจากผู้เช่า
(2) การเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมในการควบคุมงานด้านการปรับปรุงและ/หรือ
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวมในอัตราที่ร้อยละ 2.0 ของมูลค่าต้นทุน
ในการปรับปรุงและ/หรือพัฒนาทั้งหมดของอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม
ที่มีการปรับปรุงและ/หรือพัฒนา
4. ขนาดของรายการและมูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
- การตกลงเข้าทำรายการในข้อ 3.1 - 3.3 ถือเป็นการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยง
ตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการ
ปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 ตามที่
ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีขนาดของรายการดังนี้
(1) การจัดสรรหน่วยลงทุนในส่วนที่เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดให้แก่
บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่าไม่เกิน 1,210.8 ล้านบาท
(2) การเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม รวมมูลค่าไม่เกิน 6,934.92
ล้านบาท โดยชำระเป็นเงินสด และ/หรือ เช็ค และ/หรือ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
จำนวนไม่เกิน 6,934.92 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าสุดท้ายของอสังริมทรัพย์ที่กองทุนรวม
จะลงทุนเพิ่มเติมจะเป็นราคาที่ไม่สูงกว่าราคาที่ได้จากรายงานการประเมินค่าต่ำสุด
เกินร้อยละ 20 ของราคาที่ได้จากรายงานการประเมินค่าของผู้ประเมินราคาอิสระ
(3) การเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ รวมมูลค่าอย่างน้อย
148.0 ล้านบาท โดยประมาณมูลค่ารายการอ้างอิงจากประมาณการงบกำไรขาดทุน
สำหรับปี 2550 สำหรับรายการ 3.3 (1) ก. และ ค. และ ง.1 - ง.2 ใช้ระยะเวลาตาม
สัญญาแต่งตั้งผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา 10 ปี นับ
จากวันแต่งตั้งผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ (ในกรณีที่คู่สัญญาไม่ได้มีการตกลงเป็น
ประการอื่น ให้สัญญาดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปโดยอัตโนมัติอีกคราวละ 10 ปี)
ทั้งนี้ การประมาณการมูลค่ารายการตามข้อ 3.3 (1) ข. และ 3.3 (1) ง.3 และ
3.3 (2) จะประมาณการเฉพาะในปี 2550 เท่านั้น
ซึ่งเมื่อคำนวณขนาดของรายการทั้งหมดแล้วมากกว่าร้อยละ 3 ของมูลค่าสินทรัพย์
ที่มีตัวตนสุทธิ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 ซึ่งเท่ากับ 10,968.8 ล้านบาท
- การตกลงเข้าทำรายการในข้อ 3.2 ถือเป็นการได้มาซึ่งสินทรัพย์ ตามประกาศ
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของ
บริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 ตามที่ได้
มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีขนาดของรายการ รวมมูลค่าไม่เกิน 6,934.92 ล้านบาท
ซึ่งเมื่อคำนวณขนาดของรายการแล้วเป็นรายการประเภทที่ 1 ซึ่งมีมูลค่ารายการ
สูงกว่าร้อยละ 50 แต่ต่ำกว่าร้อยละ 100 ของสินทรัพย์ของกองทุนรวม ณ
วันที่ 30 มิถุนายน 2549 ซึ่งเท่ากับ 11,071.5 ล้านบาท
5. มูลค่าของสินทรัพย์ที่ได้มาหรือจำหน่ายไป
- กำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุน
เพิ่มเติม โดยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่มีผู้ประเมินหลักที่ได้รับความ
เห็นชอบตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต ซึ่งจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยทุนต่อไป
6. เกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดมูลค่าสิ่งตอบแทน
- ในการเพิ่มเงินทุนในครั้งนี้ กองทุนรวมกำหนดราคาเสนอขายหน่วยลงทุนโดย
ใช้วิธีการสำรวจปริมาณความต้องการซื้อหน่วยลงทุนของผู้ลงทุน ณ ระดับราคา
ต่างๆ (Bookbuilding) ซึ่งจะสะท้อนมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าของ
อสังหาริมทรัพย์จะยอมรับได้ โดยราคาเสนอขายหน่วยลงทุนสุดท้ายของ
หน่วยลงทุนที่จะเสนอในครั้งนี้ (ซึ่งจะอยู่ในช่วงระดับราคาดังกล่าว) จะถูก
กำหนดโดยการพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น
- ราคาซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในตลาดหลักทรัพย์ ใน
ช่วงเวลาที่มีการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม
- มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จากการประเมินค่าโดยผู้ประเมินราคา
อิสระ 2 ราย
- สภาวะตลาดโดยรวม
- ปริมาณความสนใจของผู้ลงทุนระหว่างการสำรวจปริมาณความ
ต้องการซื้อหน่วยลงทุน (Bookbuilding) เป็นต้น
ทั้งนี้ ราคาของหน่วยลงทุนที่จะออกและเสนอขายเพิ่มเติมที่จะจัดสรรให้กับ
ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัดในครั้งนี้จะมีราคาเท่ากัน
นอกจากนี้การกำหนดราคาซื้อขายหน่วยลงทุนด้วยวิธีดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนด
จำนวนเงินทุนที่เพิ่มขึ้นสุทธิที่กองทุนรวมจะได้รับจากการเพิ่มเงินทุนในครั้งนี้ และ
ยังเป็นปัจจัยในการกำหนดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนด้วย
ซึ่งราคาที่กองทุนรวมจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจะถูกกำหนดจากจำนวน
เงินทุนที่กองทุนรวมจะได้จากการเพิ่มเงินทุนของกองทุนรวมหักด้วยประมาณการ
ค่าใช้จ่ายในการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการ
ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (เช่น ค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ เป็นต้น) และเงินสด
หมุนเวียนเพื่อใช้ในการบริหารโครงการ (ซึ่งเท่ากับประมาณการค่าใช้จ่ายทั่วไปของ
กองทุนเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน) ทั้งนี้ราคาดังกล่าวจะเป็นราคาที่ไม่สูง
กว่าราคาที่ได้จากรายงานการประเมินค่าต่ำสุด เกินร้อยละ 20 ของราคาที่ได้
จากรายงานการประเมินค่าของผู้ประเมินราคาอิสระ
7. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับกองทุนรวม
- คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการของกองทุนรวมเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลทำให้ผู้ถือ
หน่วยลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลต่อหน่วยที่สูงขึ้น
อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงแหล่งรายได้ของกองทุนรวม
8. แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
- จากการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและ
ให้แก่บุคคลในวงจำกัดในจำนวนไม่เกิน 7,265.0 ล้านบาท
9. การอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงและการได้มาซึ่งสินทรัพย์
- คณะกรรมการลงทุนของกองทุนรวม
ประกอบด้วยคณะกรรมการลงทุนรวม 5 คน ดังนี้
1) นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการ
2) นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการ
3) นายนริศ เชยกลิ่น กรรมการ
4) นายธเนศ ภู่ตระกูล กรรมการ
5) นายสาธิต รังคสิริ กรรมการ
- การเข้าร่วมประชุมและการออกเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการการลงทุน
กรรมการลงทุนที่มีส่วนได้เสียในการตกลงเข้าทำรายการ ซึ่งคือ นายกอบชัย
จิราธิวัฒน์ และนายนริศ เชยกลิ่น มิได้เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิออกเสียง
ในที่ประชุม
10. เงื่อนไขการเข้าทำรายการ
- การเข้าทำรายการดังกล่าวต้องขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนของ
กองทุนรวม ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด
ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับ
ส่วนของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีส่วนได้เสีย
11. ความเห็นของคณะกรรมการลงทุนเกี่ยวกับการตกลงเข้าทำรายการ
- คณะกรรมการลงทุนพิจารณาการเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมใน
ครั้งนี้ เห็นว่าอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีความน่าสนใจและมีความเหมาะสม
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของกองทุนรวมในการที่จะสร้าง
ความเติบโตของกองทุนรวมโดยการแสวงหาโอกาสในการลงทุนในอสังหา
ริมทรัพย์อื่นเพิ่มเติม เพื่อมุ่งก่อให้เกิดรายได้และผลตอบแทนแก่ผู้ถือ
หน่วยลงทุนของกองทุนรวม โดยได้จัดให้มีผู้ประเมินราคาอิสระ 2 ราย
ประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าว เพื่อ
ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้พิจารณา ทั้งนี้ คณะกรรมการลงทุนมีความเห็นว่ามูลค่า
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมไม่ควรจะสูงกว่าราคาที่ได้จากรายงา
นการประเมินค่าต่ำสุด เกินร้อยละ 20 ของราคาที่ได้จากรายงานการประเมิน
ค่าของผู้ประเมินราคาอิสระตามประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ คณะกรรมการลงทุนมีความเห็นว่าการ
แก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียมในการบริหารอสังหาริมทรัพย์จะทำให้
สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินของกองทุนรวมและสภาวการณ์
ในปัจจุบัน และมีความเห็นให้บริษัทจัดการจัดสรรหน่วยลงทุนที่จะออก
และเสนอขายเพิ่มเติมในส่วนที่เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดให้แก่
บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในราคาเท่ากันกับการเสนอขายให้
แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ การจัดสรรหน่วยลงทุนดังกล่าวจะไม่ทำให้บริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเกิน
1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายแล้วทั้งหมด จึงมีมติ
เห็นควรนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่ออนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว