14 กุมภาพันธ์ 2549
ประเด็นที่ทาง บลจ.ได้ชี้แจงต่อผู้ถือหน่วย
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549
เรียน กรรมการผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ประเด็นที่ทาง บลจ. ได้ชี้แจงต่อผู้ถือหน่วย
1. ในส่วนของการเช่าช่วงที่ดินของโครงการเซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 2
บลจ.ขอชี้แจงว่ากองทุนจะเช่าช่วงที่ดินดังกล่าวจาก CPN เป็นระยะเวลา 20 ปี
สิ้นสุดอายุสัญญา 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งเท่ากับอายุสัญญาเช่าคงเหลือของที่ดิน
ดังกล่าวที่ CPN เช่าจากเจ้าของที่ดินเท่านั้น ส่วนสัญญาเช่าที่ดินที่จะหมดอายุ
ในเดือน มิถุนายน 2573 เป็นสัญญาเช่าที่ดินในส่วนของสวนด้านหลังซึ่งกองทุนได้
ตัดสินใจที่จะไม่เช่าช่วงจาก CPN เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ไม่ก็ให้เกิดรายได้
ตามที่หนังสือชี้ชวนได้เปิดเผยข้อมูลว่ากองทุนจะทำการลงทุนในสิทธิ
การเช่าโครงการเซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 2 เป็นระยะเวลา 20 ปี เท่านั้น
ไม่ได้มีเรื่องการต่ออายุสัญญาเช่าของที่ดินดังกล่าว เนื่องจากการเช่าที่ดิน โครงการ
เซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 2 เป็นการเช่าช่วงจาก CPN
สำหรับสิทธิการต่อสัญญาเช่านั้นเป็นสิทธิที่จ้าของที่ดินที่ให้แก่ CPN ซึ่ง CPN
มีสิทธิในการเลือกว่าจะต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญาเช่าก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่าง CPN
กับเจ้าของที่ดินในเงื่อนไขต่างๆ
นอกจากนี้สิทธิดังกล่าวไม่สามารถโอนต่อมาให้กองทุนรวมในฐานะผู้เช่าช่วงป็นผู้ใช้สิทธิได้ตามกฎหมาย
2. ในการลงทุนในสิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 2 และพระราม 3 นั้น
กองทุนรวมจะคำนวณมูลค่าการเช่าโดยคิดจากกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับตลอดอายุสัญญาเช่า
คิดลดด้วยอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสม
และจะต้องมีผู้ประเมินอิสระมาทำการประเมินมูลค่าการเช่าประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย
ซึ่งทางกองทุนได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาอิสระ 2 ราย คือ บริษัท อเมริกัน แอ๊เพรซัล (ประเทศไทย)
จำกัด และบริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด มาทำการประเมินมูลค่าการเช่า
ของโครงการ ดังนัน้นจะเห็นได้ว่ากองทุนไม่ได้เช่าช่วงที่ดินต่อจาก CPN ในราคาที่ CPN กำหนดแต่
อย่างใด จึงไม่มีประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์
3. อนึ่งในกรณีของโครงการเซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 2 ถ้าหมดอายุ 20 ปี แล้ว
เป็นสิทธิของกองทุนที่จะต่อสัญญาเช่าหรือไม่ก็ได้ มิได้เป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องทำการต่อสัญญาเช่า
และหากกองทุนประสงค์จะต่อสัญญาเช่า ก่อนการตัดสินใจลงทุน
กองทุนจะต้องพิจารณาว่าผลตอบแทนจาการลงทุนนั้นน่าสนใจหรือไม่
และต้องมีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของโครงการที่กองทุนจะไปลงทุน มูลค่าการลงทุนเป็นเท่าไร
ค่าเช่าที่ดินรวมค่าเช่า อาคารเป็นเท่าใด ผลตอบแทนสำหรับการลงทุนครั้งนี้เป็นเท่าใด เมื่อรวมกับ
การลงทุนเดิม แล้ว สุดท้ายผู้ถือหน่วยจะได้รับผลตอบแทนเป็นเท่าไร ผลดี
และผลเสียของการลงทุนในครั้งนี้เป็นอย่างไร ฯลฯ นอกจากนั้นจะต้องมีได้รับมติจากผู้ถือหน่วย
โดยต้องได้เสียงข้างมาก(เกินกว่า 50%) จึงจะสามารถดำเนินการเพิ่มทุน และทำการลงทุนดังกล่าวได้
และหลังจากได้มติจากผู้ถือหน่วยแล้ว กองทุนต้องขออนุมัติสำนักงานคณะกรรมการ กลต.ในการแก้ไข
โครงการ และ ทำหนังสือชี้ชวนสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่
โดยมีรายละเอียดการเปิดเผยข้อมูลเหมือนหนังสือชี้ชวนฉบับแรก ซึ่งเป็นไปตามกฎของสำนักงาน
คณะกรรมการ กลต. ในการเปิดเผยข้อมูลการขายหน่วยลงทุน
ขอแสดงความนับถือ
(พิพัฒน์ พิศณุวงรักษ์)
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ