19 สิงหาคม 2548
สรุปข้อสนเทศ :CPNRF
สัญญาเช่าและค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติผิดสัญญาเช่าโครงการศูนย์การค้า
เซ็นทรัล พลาซา รัชดา-พระราม 3 ดังกล่าว
2.2 ความเสี่ยงจากการที่กองทุนรวมไม่มีสิทธิบนพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล
ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา รัชดา-พระราม 3
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา รัชดา-
พระราม 3 ไม่ใช่ผู้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าและไม่ได้ให้สิทธิการเช่าช่วงให้แก่
กองทุนรวม ทั้งนี้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล อาจจะดำเนินการขาย หรือให้เช่าช่วงที่ดิน
และพื้นที่ดังกล่าวแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยกองทุนรวมไม่มีสิทธิโต้แย้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าว
อาจจะส่งผลกระทบต่อกับการบริหารศูนย์การค้าและผลการดำเนินงานของกองทุนรวมได้
2.3 ความเสี่ยงจากการอาจไม่ได้รับการต่อสัญญาเช่าศูนย์การค้า เซ็นทรัล รัชดา-
พระราม 3 ในปีที่ 30 และปีที่ 60
เนื่องจากสัญญาเช่าศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซา รัชดา-พระราม 3 ที่กองทุนรวม
จะทำกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด นั้น จะมีกำหนดเวลา 30 ปี โดยเมื่อสิ้นสุด
กำหนดเวลาการเช่าดังกล่าวบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด ได้ตกลงให้คำมั่นแก่
กองทุนรวมว่าจะให้กองทุนรวมมีสิทธิที่จะต่อสัญญาเช่าได้อีก 2 คราวๆ ละ 30 ปี ทั้งนี้
แม้ว่ากองทุนรวมจะมีสิทธิในการต่อสัญญาเช่าดังกล่าวตามคำมั่นที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา
พระราม 3 จำกัดได้ให้ไว้ตามสัญญาเช่าก็ตาม แต่กองทุนรวมอาจไม่สามารถใช้สิทธิใน
การต่อสัญญาดังกล่าวได้ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ดี เช่น การผิดสัญญาโดยเจตนาของบริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด หรือการมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อปฏิบัติทาง
กฎหมายเกี่ยวกับสัญญาเช่า หรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซึ่งเป็นบุคคล
ภายนอกไม่ปฏิบัติตามคำมั่น หรือการเข้าสู่กระบวนการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการของ
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด เป็นต้น
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าว กองทุนรวมจึงกำหนดเงื่อนไขใน
สัญญาเช่าให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัดให้คำรับรองว่าจะไม่ขาย จำหน่าย
หรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า ทั้งนี้ เพื่อดำรงสถานะของผู้ให้เช่าตามสัญญา
เช่า และกำหนดให้กองทุนรวมมีสิทธิในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เช่าได้ หากบริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัดไม่สามารถให้กองทุนรวมใช้สิทธิต่ออายุสัญญาเช่าตาม
ได้ให้คำมั่นไว้ รวมทั้ง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจ
ควบคุมบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด ตกลงที่จะควบคุมดูแลให้บริษัท เซ็นทรัล
พัฒนา พระราม 3 จำกัดปฏิบัติตามสัญญาเช่าอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ กองทุนรวมได้จัด
ให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด นำทรัพย์สินที่ให้เช่ามาจำนองกับกองทุนรวม
เพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่าและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกองทุนรวม
จากการที่ไม่สามารถใช้ทรัพย์สินที่เช่าได้ตามสัญญาเช่าอีกด้วย อย่างไรก็ดีการ
ดำเนินการดังกล่าวอาจไม่สามารถเยียวยาความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่กองทุนรวมได้
2.4 ความเสี่ยงทางด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่าง กองทุนรวม กับ
ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ (บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา) และกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา
ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์อาจจะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในด้านการหาร้านค้า
ผู้เช่าให้แก่ศูนย์การค้าของกองทุนรวม หรือ พื้นที่ศูนย์การค้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
โดยกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาซึ่งอาจทำให้ศูนย์การค้าของกองทุนรวมมีอัตราการเช่า
(Occupancy Rate) ลดลง ค่าเช่าที่เรียกเก็บจากร้านค้าลดลง หรือไม่สามารถขึ้น
ค่าเช่าได้
อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้นมีไม่มากนัก
เนื่องจากการเช่าพื้นที่จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เช่าแต่ละรายในการเลือก
พื้นที่เช่า ซึ่งจะขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของศูนย์การค้า และขนาดของพื้นที่
2.5 ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานทางบัญชี
รายงานฐานะทางการเงินของกองทุนรวมอาจถูกกระทบจากการออกมาตรฐานทาง
บัญชีฉบับใหม่ หรือมีการปรับปรุงมาตรฐานทางบัญชี เนื้อหาสาระที่จะมีการเปลี่ยนแปลง
ในมาตรฐานทางบัญชีไม่อาจคาดหมายได้ ผู้จัดการกองทุนรวมไม่สามารถประเมินผลกระทบ
จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ อีกทั้งไม่สามารถประกันได้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะ
ไม่สงผลกระทบต่อการเสนอรายงานฐานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานของกองทุนรวม
2.6 ความเสี่ยงเรื่องความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวม
การจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมนั้นจะถูกกำหนดจากผลการดำเนินงาน โดยผลการ
ดำเนินงานของกองทุนรวมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจทั้งในและ
ต่างประเทศ ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การแข่งขันจาก
ศูนย์การค้าอื่น การเปลี่ยนแปลงของข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์
เป็นต้น
2.7 ความเสี่ยงจากเงินชดเชยที่ได้จากการทำประกันภัยอสังหาริมทรัพย์อาจได้
ไม่ครบตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
กองทุนรวมอาจได้รับความเสียหายทางการเงินเนื่องจากเงินชดเชยที่ได้จากการ
ประกันภัยอาจชดเชยความเสียหายได้ไม่ทั้งหมด และความเสี่ยงบางอย่างอาจไม่สามารถ
ทำประกันภัยคุ้มครองได้ ในกรณีที่เกิดความเสียหายในส่วนที่ไม่ได้รับความคุ้มครองหรือ
ความเสียหายดังกล่าวมีมูลค่ามากกว่าวงเงินประกัน หรือกองทุนรวมไม่สามารถเรียกเงิน
ประกันได้ครบถ้วนตามกรมธรรม์ กองทุนรวมอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ทำให้
รายได้ในอนาคตของอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่เป็นตามประมาณการ
อย่างไรก็ตามกองทุนรวมได้ทำการประกันภัยเพื่อคุ้มครองอสังหาริมทรัพย์ของ
กองทุนรวมประเภทต่างๆ โดยได้มีการพิจารณาให้มีความเพียงพอและเหมาะสมตาม ลักษณะ
ของการดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าและลักษณะของการบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ใน
ประเทศไทยที่พึงกระทำ นอกจากนั้นเงินที่ได้จากการประกันภัยอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวม
เช่า มีหน้าที่ต้องนำไปใช้ซ่อมแซมความเสียหายของอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้อยู่ในสภาพที่
สามารถส่งคืนให้แก่ผู้เช่าได้ ตามสภาพเดิม
2.8 ความเสี่ยงจากการที่ผลการดำเนินงานที่แท้จริง และทรัพย์สินของ กองทุนรวม
อาจแตกต่างจากประมาณการที่ได้ระบุไว้
การประมาณการซึ่งอาจเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ได้ เช่น การประมาณการรายได้
ค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมขึ้นอยู่กับข้อสมมติฐานหลายข้อซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่ง
สมมติฐานเหล่านี้มีความไม่แน่นอนและอยู่เหนือการควบคุมของกองทุนรวมเช่น การ
ลดลงของการครอบครองพื้นที่ และอัตราค่าเช่าที่ลดลง การผิดสัญญาการชำระค่าเช่าของ
ผู้เช่า เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุนรวม
อย่างไรก็ตามการประมาณดังกล่าวได้มีการสอบทานจากบริษัท ไพร้ซวอเตอร์ดเฮาส์คูเปอร์
เอเอเอส จำกัด
2.9 ราคาของหน่วยลงทุนอาจจะเปลี่ยนแปลงภายหลังจากการเสนอขายครั้งแรก
หน่วยลงทุนจะจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและมีซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย ซึ่งอาจจะมีการซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาที่เสนอขายครั้งแรก
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ผลการดำเนินงานของกองทุนรวม ความผันผวนของตลาด
หลักทรัพย์ ความต้องการซื้อขายหน่วยลงทุนของนักลงทุนในตลาด เป็นต้น
2.10 กองทุนรวมลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
กองทุนรวมลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นมูลค่าของสิทธิการเช่า
อาจจะลดลงเนื่องจากการลดลงของระยะเวลาการเช่าที่เหลืออยู่ หรือมูลค่าสิทธิการเช่าอาจมี
การเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของการประเมินราคาของมูลค่าสิทธิเช่า
หรือ การเปลี่ยนแปลงของค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่า
หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุนและกองทุนรวม
1. ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน
(1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน
- ในการเสนอขายครั้งแรก : ไม่มี
- ในการเพิ่มทุน : ไม่มี
(2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน : ไม่มี
(3) ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน : ไม่มี
(4) ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน : เรียกเก็บตามที่ได้เกิดขึ้นจริงโดยตัดจ่าย
จากจำนวนเงินที่โอนเข้าบัญชีนั้นๆ
(5) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน : ไม่เกินอัตราร้อยละ 0.5 ของมูลค่า
หน่วยลงทุนที่โอน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนอง
เดียวกัน )
(6) ค่าธรรมเนียมการออกเอกสารแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน : ไม่เกิน 100 บาท
ต่อรายการ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน )
(7) อื่น ๆ : ไม่มี
2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม
(1) ค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี :
บริษัทจัดการมีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการจากกองทุนรวมเป็น
รายเดือน ในอัตราไม่เกินร้อยละ 1.00 ต่อปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ
หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน) ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม คำนวณ
โดยบริษัทจัดการและรับรองโดยผู้ดูแลผลประโยชน์
(2) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์รายปี :
ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมจะได้รับค่าตอบแทน เป็นรายเดือนในอัตรา
ไม่เกินร้อยละ 0.05 ต่อปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดใน
ทำนองเดียวกัน) ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมที่คำนวณโดยบริษัทจัดการ
และรับรองโดยผู้ดูแลผลประโยชน์ ทั้งนี้ ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่เกิดจริง เช่น
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบทรัพย์สินของกองทุนรวม เป็นต้น
(3) ค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุนรายปี :
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานนายทะเบียนหน่วยลงทุนในอัตราไม่เกินร้อยละ
0.05 ต่อปี (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน)
ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมที่คำนวณโดยบริษัทจัดการและรับรองโดยผู้ดูแล
ผลประโยชน์
(4) ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาของกองทุนรวม : ไม่มี
(5) ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน : ในการเสนอขายครั้งแรกไม่
เกินอัตราร้อยละ 3.0 ของมูลค่าที่รับประกันการจัดจำหน่าย
(6) ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการขาย : ไม่เกินร้อยละ
0.50 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันสิ้นปีบัญชีก่อนหน้า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน) ทั้งนี้ ในการเสนอขายครั้งแรกจะ
กำหนดให้ไม่เกิน 10,000,000.00 บาท (สิบล้านบาท)
(7) อื่น ๆ :
(7.1) ค่าธรรมเนียมจัดตั้งกองทุนรวม : 50,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน)
(7.2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของผู้สอบบัญชี จะชำระตามอัตราที่กำหนด
โดยบริษัทจัดการร่วมกับบุคคลดังกล่าว
(7.3) ค่าธรรมเนียมผู้ให้บริการอื่น ๆ รวมทั้งที่ปรึกษาอื่นๆ เช่น ค่าที่ปรึกษาทาง
การเงิน ค่าที่ปรึกษากฎหมาย ค่าทนายความ เป็นต้น จะชำระตามอัตราที่กำหนดโดยบริษัท
จัดการร่วมกับบุคคลดังกล่าว
(7.4) ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการทำหน้าที่ผู้บริหาร
อสังหาริมทรัพย์จากกองทุนรวม โดยเรียกเก็บจากกองทุนรวมเป็นรายเดือน ตามสัญญา
การจ้างที่ทำขึ้นระหว่างกองทุนรวมกับผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์สรุปได้ดังนี้
1. ค่าธรรมเนียมการเก็บค่าเช่าในนามของกองทุนรวม ได้รับในอัตรา
ไม่เกินร้อยละ 3 ของรายได้ค่าเช่าสุทธิของกองทุนรวม รายได้ค่าเช่าสุทธิ หมายถึง
รายได้ทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายใดๆที่กองทุนรวมได้รับตามสัญญาเช่าและสัญญาบริการ
รวมถึงรายได้ที่ได้รับจากพื้นที่ส่งเสริมการขาย (Promotion Area) ผลตอบแทน หรือ
ผลประโยชน์ใดๆที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการศูนย์การค้าของกองทุนรวม ไม่ว่า
โดยทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่รวมถึงเงินชดเชย เงินทดรองจ่าย (Reimbursement)
เช่น เงินเฉลี่ยค่าภาษีโรงเรือน ส่วนเฉลี่ยค่าเบี้ยประกันที่ได้รับจากผู้เช่าหรือ
ผู้เช่าช่วง แล้วหักด้วยอัตราส่วนลดค่าเช่า
2. ค่าคอมมิชชั่น (Commission) จากการจัดหาผู้เช่าและการบริหารจัดการ
ผู้เช่าทุกประเภทของกองทุนรวม เมื่อมีการทำสัญญาเช่ากับผู้เช่ารายใหม่ หรือ มีการ
ต่อสัญญา มีรายละเอียดดังนี้
ค่าคอมมิชชั่น คำนวณจากอัตรา
ค่าเช่ารายเดือนของผู้เช่ารายนั้นๆ
1. ในกรณีผู้เช่ารายเดิมต่อสัญญา 0.5 เดือน
2. ในกรณีทำสัญญากับผู้เช่ารายใหม่
มี 3 อัตราขึ้นอยู่กับอายุสัญญาเช่า
- ผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุไม่ถึง 1 ปี 0.5 เดือน
- ผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุ 1-3 ปี 1.0 เดือน
- ผู้เช่าที่ทำสัญญาเช่าอายุมากกว่า 3 ปี 1.5 เดือน
3. ค่าธรรมเนียมการบริหารอสังหาริมทรัพย์ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.30 ของ
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งคำนวณ ณ วันทำการสุดท้ายของเดือน
4. ค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหาร (Incentive Fee) ใน
อัตราไม่เกินร้อยละ 2.35 ของรายได้สุทธิจากอสังหาริมทรัพย์ (รายได้สุทธิจาก
อสังหาริมทรัพย์ (Net Property Income) หมายถึง รายได้ทั้งหมดที่กองทุนรวมได้
รับจากอสังหาริมทรัพย์หักด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดหา
ผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ไม่รวมค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายของ
กองทุนรวม เช่นค่าตอบแทนผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ในข้อ 1. และ 2.ค่าตอบแทน
ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
5. ค่าธรรมเนียมการซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม ได้รับในอัตรา
ร้อยละ1.50 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมมีการลงทุนเพิ่ม และ ได้รับ
ในอัตราร้อยละ 0.75 ของมูลค่าการขายอสังหาริมทรัพย์ออกจากกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้น ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือ
ภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน
(7.5) ค่าธรรมเนียมบริษัทประเมินค่าทรัพย์สิน จะจ่ายตามอัตราที่กำหนดโดย
บริษัทจัดการร่วมกับบุคคลดังกล่าว
(7.6) ภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าอากรแสตมป์ และค่านายหน้าที่เกี่ยวกับการซื้อขาย
หลักทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ ตามที่จ่ายจริง
(7.7) ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย (ถ้ามี) และค่าเบี้ยประกันอื่นใดที่เกี่ยวเนื่อง
กับกองทุนรวม
(7.8) ค่าธรรมเนียมในการขอจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม ค่าธรรมเนียม
ในการจดทะเบียนหน่วยลงทุนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง
ค่าธรรมเนียมวิชาชีพทางกฎหมายในการดำเนินการดังกล่าว
(7.9) ค่าธรรมเนียมรายปี และค่าใช้จ่ายในการดำรงสถานะเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพย์
(7.10) ค่าใช้จ่ายในการจัดทำใบจองซื้อหน่วยลงทุน ใบยืนยันรายการ ใบเสร็จรับเงิน
ใบกำกับภาษี และแบบฟอร์มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม รวมทั้งค่าจัดทำ ค่าพิมพ์
ค่าแปลหนังสือชี้ชวน คำขอจัดตั้งกองทุนรวม เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม
และค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมและจัดส่งเอกสารดังกล่าว
(7.11) ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ ค่าพิมพ์ และการออกใบหน่วยลงทุน และสมุดบัญชี
แสดงสิทธิในหน่วยลงทุน
(7.12) ค่าเอกสารทะเบียนหน่วยลงทุน ค่าเอกสารการลงบัญชีกองทุนรวม ตลอดจน
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม
(7.13) ค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมและจัดพิมพ์หนังสือบอกกล่าว โฆษณาหรือ
ประกาศต่างๆ ตามที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(7.14) ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ ค่า แปล และจัดส่งรายงานและจดหมายต่าง ๆ เช่น
รายงานประจำปี รายงานผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นต้น สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม
(7.15)ค่าธรรมเนียมในการวิเคราะห์และศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมใน
การซื้อ เช่า หรือจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(7.16) ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหา ได้มา จำหน่าย จ่าย โอนสินทรัพย์
หลักทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ และหลักทรัพย์
ของกองทุนรวม
(7.17) ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จ (ในกรณีเป็น
อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง)
(7.18) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินการจัดการอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม
เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงาน ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าจัดเตรียม
ระบบในการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ค่าดำเนินการ ค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมแซม ค่าปรับปรุง
ค่าต่อเติม ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ และค่าใช้จ่าย
อื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
(7.19) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี (ถ้ามี) อาทิ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการ
ติดตามทวงถามการบอกกล่าว หรือดำเนินคดีใด ๆ เพื่อบังคับชำระหนี้หรือคืน
ทรัพย์สินให้แก่กองทุนรวม ค่าธรรมเนียมศาล ค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าเสียหาย
หรือค่าใช้จ่าย
(7.20) ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ก่อขึ้นโดยชอบโดยบริษัทจัดการหรือ
ผู้ดูแลผลประโยชน์ตามหน้าที่เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม
เมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(7.21) ค่าใช้จ่ายในการตรวจตราอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม
(7.22) ค่าใช้จ่ายในการรับชำระเงินค่าซื้อหน่วยลงทุน ค่าใช้จ่ายในการ
ชำระเงินในกรณีที่มีการลดทุน และ/หรือจ่ายเงินปันผล เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร
ค่าอากรแสตมป์ ค่าไปรษณียากร ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรสาร เป็นต้น
(7.23) ค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมในการจ่ายเงินปันผล เพิ่มทุน และ/หรือลดทุน
(7.24) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียม
จดทะเบียนนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีโรงเรือน ค่าอากร
แสตมป์ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน
ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมคณะกรรมการลงทุนและเบี้ยประชุม ค่าพิมพ์แบบพิมพ์
ค่าไปรษณียากรสำหรับหนังสือโต้ตอบกับผู้ถือหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการทำ
เช็คคืนเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุน ค่าโฆษณาหรือประกาศหนังสือพิมพ์ (ถ้ามี)
รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามที่สำนักงาน
คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เป็นต้น
(7.25) ค่าตอบแทนผู้ชำระบัญชี และผู้ดูแลผลประโยชน์ในระหว่างการชำระบัญชี
ของกองทุนรวม จนถึงการจดทะเบียนเลิกกอง ทุนรวมต่อสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.
(7.26)ค่าเบี้ยประชุมกรรมการลงทุน ตามที่จ่ายจริงในจำนวนไม่เกิน 10,000 บาทต่อ
ท่าน เฉพาะในกรณีที่จัดให้มีการประชุม หรือในจำนวนอื่นใดตามมติของผู้ถือ
หน่วยลงทุน
- ค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี และค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุนรายปี
จะเรียกเก็บจากกองทุนรวมเป็นรายเดือนภายในวันที่ 30 ของเดือนถัดไป หรือภายใน
3 วันทำการหลังจากผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ
กองทุนรวม แล้วแต่กรณี-ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์รายปี จะเรียกเก็บจาก
กองทุนรวมเป็นรายเดือนภายใน 5 วันทำการหลังจากได้รับแจ้งหนี้
- การคำนวณค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์
รายปี และค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุนรายปี จะใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ
วันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน เว้นแต่ในระหว่างเดือนที่กองทุนรวมมีการเพิ่มเงินทุน
หรือลดเงินทุนของกองทุนรวม หรือจ่ายเงินปันผล บริษัทจัดการจะดำเนินการคำนวณ
ค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์รายปี และค่าธรรมเนียม
นายทะเบียนหน่วยลงทุนรายปี โดยใช้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของช่วงก่อนการเพิ่มหรือลด
เงินทุนของกองทุนรวม หรือจ่ายเงินปันผล และช่วงหลังการเพิ่มหรือลดเงินทุน หรือ
จ่ายเงินปันผลดังกล่าว คิดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามจำนวนวัน
- ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่าย
ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
จะตัดจ่ายจากทรัพย์สินของกองทุนรวมตามที่จ่ายจริง อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการมี
สิทธิตัดจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังกล่าวในงวดเดียว หรือเฉลี่ยตัดจ่าย
เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมเป็นรายเดือนเป็นจำนวนเท่า ๆ กัน หรือตามระยะเวลาที่
เห็นสมควร ทั้งนี้ การตัดจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าว จะเป็นไปตามหลักการบัญชีและวิธี
ปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมาย
ว่าด้วยการนั้น
หมายเหตุ : ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน และค่าธรรมเนียม
และค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยไม่
ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ หากได้ปฏิบัติดังนี้
(1) กรณีเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียม และ/หรือ ค่าใช้จ่าย
(1.1) บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60
วัน โดย
(ก) ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย 1 ฉบับ เป็น
เวลา 3 วัน ติดต่อกัน และ
(ข) ปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่งของ
บริษัทจัดการ และสถานที่ติดต่อทุกแห่งของตัวแทนสนับสนุนที่ใช้ในการซื้อขาย
หน่วยลงทุน
(1.2) แจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 15 วัน นับ
ตั้งแต่วันถัดจากวันเปลี่ยนแปลง
(1.3) ภายในรอบระยะเวลา 1 ปี กองทุนรวมสามารถเพิ่มค่าธรรมเนียม
และ/หรือ ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของอัตรา
ค่าธรรมเนียม และ/หรือค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้เดิม
(2) กรณีเปลี่ยนแปลงลดลงของค่าธรรมเนียม และ/หรือ ค่าใช้จ่าย
(2.1) ปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่งของบริษัทจัดการ และ
สถานที่ติดต่อทุกแห่งของตัวแทนสนับสนุน ที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุน
(2.2) แจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 15 วัน นับ
ตั้งแต่วันถัดจากวันเปลี่ยนแปลง
ผู้ลงทุนที่ต้องการทราบข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ปรากฏใน
สรุปข้อสนเทศนี้สามารถตรวจดูหรือขอสำเนาหนังสือชี้ชวนฉบับสมบูรณ์ได้ที่บริษัท
จัดการหรือตัวแทนสนับสนุน
จัดทำโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด