30 June 2010

แจ้งมติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม
ที่ จท.11/530088. วันที่ 30 มิถุนายน 2553 เรื่อง แจ้งมติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท ครั้งที่ 1/2553 เรียน กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ไทยพาณิชย์ จำกัด ("บริษัทจัดการ") ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุน รวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท ("กองทุนรวม") ได้มีหนังสือที่ จท.11/530080 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2553 เรื่อง การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติม โครงการจัดการลงทุนของกองทุนรวมด้วยวิธีส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อขอมติ ครั้งที่ 1/2553 ไปยังผู้ถือหน่วย ลงทุนของกองทุนรวม โดยกำหนดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนลงมติและส่งกลับมายังนายทะเบียนหน่วยลงทุน ภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2553 นั้น บริษัทจัดการขอเรียนให้ทราบว่า มีผู้ถือหน่วยลงทุนได้ส่งหนังสือแจ้งมติกลับมายังนายทะเบียนหน่วย ลงทุนภายในกำหนด นับเป็นจำนวนหน่วยลงทุนได้ทั้งสิ้น 1,152,622,941 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 70.44 ของจำนวนหน่วย ลงทุนที่จำหน่ายได้ทั้งหมด ( 1,636,326,700 หน่วย) โดยตามหนังสือแจ้งเพื่อขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ดังกล่าว มีผู้ถือหน่วยลงทุนลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงจำนวน 1,028,860,294 หน่วย หรือ คิดเป็นร้อยละ 62.88 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม (ทั้งนี้ มีผู้ถือหน่วยลงทุนลงมติไม่อนุมัติจำนวน 97,709,077หน่วย คิดเป็นร้อยละ 5.97 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม และงดออกเสียง หรือเอกสารไม่สมบูรณ์จำนวน.25,990,570 หน่วย คิดเป็นร้อยละ1.59 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ของกองทุนรวม อนุมัติให้แก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการลงทุนของกองทุนรวมในเรื่องการลดเงินทุนจดทะเบียนของ กองทุนรวม โดยกำหนดให้บริษัทจัดการสามารถใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาลดเงินทุนจดทะเบียนรวมถึงกำหนดจำนวนเงิน และระยะเวลาในการลดเงินทุนจดทะเบียนของกองทุนรวมได้ ซึ่งมีรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 19.3 การลดเงินทุนจดทะเบียนของกองทุน (1) ในกรณีที่กองทุนรวมมีสภาพคล่องส่วนเกินจากกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณีดังต่อไปนี้ (ก) กองทุนรวมมีการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ข) มูลค่าอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมลงทุนหรือมีไว้ลดลงจากการประเมินค่า หรือสอบทานการประเมินค่าทรัพย์สิน (ค) กองทุนรวมมีรายการทางบัญชีที่เป็นรายการค่าใช้จ่ายรอการตัดบัญชีซึ่งทยอยตัดจ่าย หากบริษัทจัดการประสงค์จะจ่ายสภาพคล่องส่วนเกินดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนให้บริษัทจัดการดำเนินการโดย การลดเงินทุนจดทะเบียนของกองทุนรวมเท่านั้น โดยในกรณีดังกล่าวนี้ให้บริษัทจัดการมีดุลยพินิจในการพิจารณาลด เงินทุนจดทะเบียนรวมถึงพิจารณากำหนดจำนวนเงินและระยะเวลาในการลดเงินทุนจดทะเบียนของกองทุนรวมตามที่ เห็นสมควรโดยไม่ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อขอมติในเรื่องดังกล่าว (2) ในการลดเงินทุนจดทะเบียนของกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการลดเงินทุนโดยการลดมูลค่าหน่วยลงทุน และให้ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (ก) ดำเนินการเฉลี่ยเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วย ลงทุน ทั้งนี้ เงินที่เฉลี่ยคืนดังกล่าวมิให้หักออกจากกำไรสะสมของกองทุนรวม (ข) ยื่นคำขอจดทะเบียนลดเงินทุนของกองทุนรวมต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ภายในห้าวันทำการนับแต่ วันที่ดำเนินการเฉลี่ยเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามแบบที่จัดไว้ในระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน (ค) จัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับการลดเงินทุนจดทะเบียนทุกครั้งของกองทุนรวมไว้ในเว็บไซด์ของบริษัทจัดการและ รายงานประจำปีของกองทุนรวม เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบได้ โดยข้อมูลดังกล่าวต้องมีรายละเอียดเป็นไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (3) เมื่อบริษัทจัดการเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม แต่ ไม่สามารถลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวได้ บริษัทจัดการจะลดจะเงินทุนจดทะเบียนของกองทุนโดยการลดจำนวน หน่วยลงทุนเฉพาะส่วนที่มีการเสนอขายเพื่อเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนโดยคำนวณตามสัดส่วนของราคาที่เสนอขาย และเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุน และคืนเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุนและผลประโยชน์ใดๆ ให้แก่ผู้จองซื้อหน่วยลงทุน ตามที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดพร้อมทั้งจดทะเบียนลดเงินทุนของกองทุนตามแบบที่ สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด ในกรณีที่บริษัทจัดการยังไม่ได้มีการจดทะเบียนเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนของกองทุน บริษัทจัดการจะคืนเงินค่าจอง ซื้อหน่วยลงทุนและผลประโยชน์ใดๆ ให้แก่ผู้จองซื้อหน่วยลงทุน ตามที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวมีผลใช้บังคับกับการดำเนินงานของ กองทุนรวมสำหรับผลการดำเนินงานปี 2553 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวแก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ เพื่อขอแก้ไขโครงการจัดการลงทุนของกองทุนรวมตามที่ได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (นายภูม โอสถานนท์)
Whistleblowing