19 August 2005
สรุปข้อสนเทศ :CPNRF
2) ดำเนินการเฉลี่ยเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน
ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อคืนเงินลงทุนในหน่วยลงทุนตามสัดส่วน
การถือหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละราย ทั้งนี้ มูลค่าหน่วยลงทุนให้คำนวณจาก
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน
3) ยื่นคำขอจดทะเบียนลดเงินทุนของกองทุนรวมต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ตามแบบที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการ
เฉลี่ยเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
ข้อจำกัดในการโอน
กองทุนรวมไม่มีข้อจำกัดการโอนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตาม
ข้อ 5 และหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
1. วิธีการโอนหน่วยลงทุนสำหรับกรณีที่มีใบหน่วยลงทุนหรือสมุดบัญชีแสดงสิทธิ
ในหน่วยลงทุน
สำหรับกรณีผู้ถือหน่วยลงทุนผู้ถือหลักฐานแสดงสิทธิในหน่วยลงทุนประเภทสมุด
บัญชีแสดงสิทธิในหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะโอนหน่วยลงทุนจะต้องแจ้งความประสงค์การ
โอนหน่วยลงทุนไปยังนายทะเบียนหน่วยลงทุน โดยกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนในแบบฟอร์ม
การโอนหน่วยลงทุนที่ลงนามโดยผู้โอนและผู้รับโอน พร้อมทั้งแนบเอกสารการโอนหน่วยลงทุน
ตามที่นายทะเบียนหน่วยลงทุนจะกำหนด สำหรับกรณีผู้ถือหน่วยลงทุนผู้ถือหลักฐานแสดงสิทธิ
ในหน่วยลงทุนประเภทใบหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะโอนหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะต้อง
แสดงใบหน่วยลงทุนที่มีลายเซ็นสลักหลังทั้งของผู้โอนและผู้รับโอนแก่นายทะเบียนหน่วย
ลงทุน การโอนหน่วยลงทุนจะมีผลใช้กล่าวอ้างต่อบุคคลภายนอกได้โดยสมบูรณ์และให้ถือว่า
ได้รับการรับรองจากนายทะเบียนหน่วยลงทุนเมื่อนายทะเบียนหน่วยลงทุนทำการบันทึก
รายชื่อผู้รับโอนในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ผู้โอนจะต้องเสีย
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ตามที่กำหนดโดยนายทะเบียนหน่วยลงทุน
2. วิธีการโอนหน่วยลงทุนในระบบไร้ใบหน่วยลงทุน
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะโอนหน่วยลงทุนในระบบไร้ใบหน่วยลงทุนจะต้อง
ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุโดย นายทะเบียนหน่วยลงทุน และ/หรือตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย และ/หรือบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ ผู้โอน
จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ตามที่นายทะเบียนหน่วยลงทุนและ/
หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด กำหนด
จำนวนผู้ถือหน่วยลงทุนและ ณ วันที่ 11/8/2005
การกระจายการถือหน่วยลงทุน
จำนวนราย จำนวนหน่วย ร้อยละของ
หน่วยลงทุน
ที่ออกจำหน่าย
ผู้ถือหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 360,195,000 33.00
5/1000 ของหน่วยลงทุน
ทั้งหมด
ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่เกิน 1,567 731,305,000 67.00
5/1000 ของหน่วยลงทุน
ทั้งหมดและไม่ต่ำกว่า
1 หน่วยการซื้อขาย
ผู้ถือหน่วยลงทุนต่ำกว่า 0 0 0.00
หนึ่งหน่วยการซื้อขาย
รวม 1,568 1,091,500,000 100.00
ผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่ ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2548
ลำดับ ชื่อ นามสกุล จำนวนหน่วย ร้อยละของ
ที่ หน่วยลงทุนที่ออกจำหน่าย
1 บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) 360,195,000 33.0000
2 บริษัทอาร์ ไอ เอส จำกัด 5,286,700 0.48435
3 Government of Singapore investment 5,286,700 0.48435
Corp
4 Indus Capital Partners LLC 5,286,700 0.48435
5 HSBC Asset Management (H.K) 5,286,700 0.48435
6 Mapletree Investment 5,286,700 0.48435
7 Laxey Partners 5,286,700 0.48435
8 ABN Amro (UK) 5,286,700 0.48435
9 Everest Capital 5,286,700 0.48435
10 Lehman Brothers Securities,H.K. 5,286,700 0.48435
รวมทั้งหมด 407,775,300 37.35917
ข้อจำกัดการถือหน่วยลงทุน
1. ในการเสนอขายหน่วยลงทุน บริษัทจัดการจะเสนอขายหน่วยลงทุนให้แก่เจ้าของ
อสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนได้ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนหน่วยลงทุนที่
เสนอขายทั้งหมด หากกองทุนรวมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเกินหนึ่งในสามของ
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ จะนับรวมจำนวนหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สิน
ที่ลงทุนของบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย
หากบริษัทจัดการยินยอมหรือมีส่วนรู้เห็นให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่
กองทุนรวมจะลงทุนถือหน่วยลงทุนเกินสัดส่วนตามวรรคหนึ่งโดยอาศัยชื่อของบุคคลอื่น
สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจสั่งเลิกกองทุนรวมได้
2. ก่อนการลงทุนเพิ่มเติมในอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งจะมีมูลค่าเกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมภายหลังการ
ลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าว บริษัทจัดการต้องตรวจสอบมิให้ผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งเป็นเจ้า
ของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าว ถือหน่วยลงทุนเกินหนึ่ง
ในสามของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม ทั้งนี้จะนับ
รวมจำนวนหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนของบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย
3. การพิจารณาว่าบุคคลใดเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องตามข้อ 1 และ 2 ให้เป็นไปตาม
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ว่าด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหน่วยลงทุนของ
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้อง
วิธีการคำนวณ กำหนดเวลาในการคำนวณและการประกาศมูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สิน
สุทธิ มูลค่าหน่วยลงทุน
1.บริษัทจัดการจะคำนวณและประกาศมูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และมูลค่า
หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่สิ้นสุด ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายนและของ
เดือนธันวาคมให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันนับแต่วันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายนและ
ของเดือนธันวาคม แล้วแต่กรณี หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน
คณะกรรมการ ก.ล.ต ทั้งนี้ มูลค่าที่คำนวณได้ดังกล่าวต้องมีผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองว่า
การคำนวณมูลค่าดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
2.การประกาศมูลค่าที่คำนวณได้ตามข้อ 1 บริษัทจัดการจะประกาศในหนังสือพิมพ์
รายวันอย่างน้อย 1 ฉบับ และปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่งของบริษัท
จัดการ และสำนักงานใหญ่ของผู้ดูแลผลประโยชน์
3.ในกรณีที่มีเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่คำนวณตาม
ข้อ 1 อันมีผลกระทบต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะเปิดเผย
เหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในการประกาศตามข้อ 1 ด้วย และหากเหตุการณ์
หรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากวันที่มีการประกาศตามข้อ 1 แล้ว บริษัท
จัดการจะประกาศเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมโดยพลัน
4. ในการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม บริษัทจัดการจะคำนวณตาม
วิธีการดังต่อไปนี้
(1) อสังหาริมทรัพย์ บริษัทจัดการจะใช้ราคาที่ได้จากรายงานการประเมินค่า
หรือรายงานการสอบทานการประเมินค่าครั้งล่าสุด แล้วแต่กรณี เว้นแต่การคำนวณ
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมครั้งแรก บริษัทจัดการจะใช้ราคาที่ซื้อหรือเช่า
อสังหาริมทรัพย์นั้น
(2) ทรัพย์สินอื่น บริษัทจัดการจะกำหนดมูลค่าตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
สมาคมบริษัทจัดการลงทุนกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
เงื่อนไขเพิ่มเติม :
สำหรับวิธีการคำนวณ กำหนดเวลาในการคำนวณและการประกาศมูลค่าทรัพย์สิน
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวม บริษัทจัดการจะดำเนินการ
ให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนหัวข้อที่ 23 เว้นแต่กรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.
สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจตามกฎหมาย ได้แก้ไข
เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ประกาศ กำหนด สั่งการ เห็นชอบ และ/หรือผ่อนผันเป็นอย่างอื่น
การจัดทำรายงานให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน
1. รายงานของกองทุนรวม
บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานของกองทุนรวมทุกสิ้นปีการเงิน และส่งให้ผู้ถือ
หน่วยลงทุนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน และสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นปีการเงิน โดยรายงานดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดัง
ต่อไปนี้
(1) รายการแสดงทรัพย์สินแยกตามประเภท คือ อสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่า
อสังหาริมทรัพย์ ตราสารแห่งหนี้ และเงินฝาก พร้อมทั้งมูลค่าทรัพย์สิน มูลค่า
ทรัพย์สินสุทธิและมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทำการสุดท้ายของรอบปีบัญชี
(2) รายละเอียดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวมทุกรายการโดยระบุสาระ
สำคัญอย่างน้อยเกี่ยวกับชื่อ ที่ตั้ง ลักษณะ ประเภทการใช้งาน ขนาดพื้นที่ อายุการเช่า
มูลค่าที่ได้จากรายงานการประเมินค่าครั้งล่าสุด รายได้ต่อปี และภาระผูกพันต่าง ๆ
เป็นต้น
(3) รายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าอสังหา
ริมทรัพย์แต่ละรายการในรอบปีบัญชีโดยระบุสาระสำคัญอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(3.1) วันที่ ราคา เหตุผลที่ซื้อหรือเช่า และผู้ขายอสังหาริมทรัพย์
หรือผู้โอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(3.2) รายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินค่าก่อนการซื้อหรือเช่าของบริษัท
ประเมินค่าทรัพย์สินทั้ง 2 ราย เช่น วันที่ทำการประเมินค่า ราคาที่ได้จากรายงานการ
ประเมินค่า และวิธีที่ใช้ในการประเมินค่า เป็นต้น
(3.3) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือเช่า
(4) รายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์หรือการโอนสิทธิการเช่า
อสังหาริมทรัพย์แต่ละรายการในรอบปีบัญชี ซึ่งต้องระบุสาระสำคัญอย่างน้อย
ดังต่อไปนี้
(4.1) วันที่ ราคา เหตุผลที่จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์หรือโอนสิทธิการเช่า
และผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือผู้รับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(4.2) รายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินค่าก่อนการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์
หรือโอนสิทธิการเช่าของบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินทั้ง 2 ราย เช่น วันที่ทำการ
ประเมินค่า ราคาที่ได้จากรายงานการประเมินค่า และวิธีที่ใช้ในการประเมินค่า เป็นต้น
(4.3) กำไรหรือขาดทุนจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์หรือโอนสิทธิการเช่า
และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(4.4) มูลค่าตามบัญชีของอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
ที่จำหน่ายหรือโอน
(5) รายงานของบริษัทจัดการที่แสดงถึงสภาวะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และ
แนวโน้มของธุรกิจดังกล่าว
(6) งบดุลและงบกำไรขาดทุนที่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี
(7) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมต่อสินทรัพย์รวม
(8) ความเห็นของผู้ดูแลผลประโยชน์เกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนรวมในรอบ
ระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา
(9) รายการอื่นใดตามที่กฎหมายหลักทรัพย์กำหนด
2. รายงานการซื้อ เช่า จำหน่าย หรือโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของ
กองทุนรวม
บริษัทจัดการจะจัดส่งหนังสือสรุปข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับการซื้อ
เช่า จำหน่าย โอน หรือรับโอน กรรมสิทธิ์และ/หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของ
กองทุนรวมให้ผู้ถือหน่วยลงทุนและสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ภายใน 15 วันนับแต่
วันที่ซื้อ เช่า จำหน่าย โอน หรือรับโอน กรรมสิทธิ์และ/หรือสิทธิการเช่านั้น รวมทั้ง
จัดให้มีข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่งของบริษัท
จัดการและสำนักงานใหญ่ของผู้ดูแลผลประโยชน์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ซื้อ เช่า
จำหน่าย หรือโอนสิทธิการเช่านั้น เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูได้ โดยหนังสือสรุป
ข้อมูลต้องมีสาระสำคัญตามคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ในกรณีที่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมได้รับอนุมัติให้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทจัดการอาจจัดส่งหนังสือสรุปข้อมูลที่เป็น
สาระสำคัญตามวรรคหนึ่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ภายในวันทำการถัดจากวันที่ซื้อ เช่า จำหน่าย หรือโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของ
กองทุนรวม หรือภายในกำหนดเวลาอื่นตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด
การเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทจัดการจะทำการเปิดเผยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของวันทำการสุดท้ายของแต่
ละเดือน โดยจะแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ฯ ทราบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์
เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้ลงทุนภายในไม่เกินวันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากเดือนที่มี
การคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
ทั้งนี้ข้อมูลมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2548 ยังไม่มีการคำนวณเนื่องจาก
กองทุนรวมได้การลงทุนในสิทธิการเช่าซึ่งจะมีการรับรู้รายได้ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน
ดังนั้นจะมีการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนเท่านั้น โดยกองทุนรวม
ได้เริ่มลงทุนในสิทธิการเช่าศูนย์การค้าโครงการศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซา พระราม 2 และ
โครงการศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซา พระราม ในวันที่ 15 และ 16 สิงหาคม 2548 ตามลำดับ
สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน
1. สิทธิในการได้รับเงินปันผล
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ณ
วันปิดสมุดทะเบียนหน่วยลงทุนเพื่อการจ่ายเงินปันผลมีสิทธิในการได้รับเงินปันผล
ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในโครงการ
2. สิทธิในการโอนหน่วยลงทุน
ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถทำการโอนหน่วยลงทุนได้ตามหัวข้อ "การโอนหน่วย
ลงทุน"
3. สิทธิในการลงมติเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไข
วิธีการจัดการ
ผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายมีสิทธิลงมติเพื่อทำการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ
จัดการกองทุนรวม หรือแก้ไขวิธีการจัดการ โดยบริษัทจัดการจะทำการแก้ไขเพิ่มเติม
โครงการหรือวิธีการจัดการกองทุนรวม เมื่อได้รับมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือ
หน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยลงทุน
ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการหรือวิธีการจัดการจะเป็นไปตามหัวข้อ "การ
แก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวม หรือแก้ไขวิธีการจัดการ"
4. สิทธิในการได้รับเงินคืนเมื่อเลิกโครงการ
ผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายมีสิทธิที่จะได้รับเงินคืนตามสัดส่วนหากกองทุนรวม
ต้องเลิกไป โดยบริษัทจัดการจะจัดให้มีผู้ชำระบัญชีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
เห็นชอบเป็นผู้ชำระบัญชีโดยจะได้ดำเนินการให้มีการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนรวม
ชำระภาระหนี้สินของกองทุนรวม รวบรวมและแจกจ่ายเงิน และ/หรือทรัพย์สินอื่น คืน
ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเฉลี่ยตามจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในขณะ
ที่เลิกกองทุนรวม
5. สิทธิประโยชน์อื่นๆ
5.1 สิทธิในการได้รับเงินคืนเมื่อมีการลดจำนวนเงินทุน
ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมมีสิทธิได้รับเงินคืนเมื่อมีการลด
จำนวนเงินทุนตามที่ระบุไว้ในโครงการ
5.2 สิทธิในการจำนำหน่วยลงทุน
ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมสามารถนำหน่วยลงทุนไปจำนำได้ตาม
กฎหมายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทจัดการและ/หรือนายทะเบียนหน่วยลงทุนกำหนด
โดยนายทะเบียนหน่วยลงทุนจะออกใบหน่วยลงทุนเพื่อใช้ในการจำนำแทนสมุดบัญชีแสดง
สิทธิในหน่วยลงทุน แต่ทั้งนี้นายทะเบียนหน่วยลงทุนจะรับจดทะเบียนการจำนำให้แก่ผู้รับ
จำนำที่เป็นสถาบันการเงินเท่านั้น
5.3 การขอออกใบหน่วยลงทุนเพื่อใช้ในการจำนำ
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะนำหน่วยลงทุนไปจำนำจะต้องนำใบหน่วยลงทุน
หรือสมุดบัญชีแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน มายื่นพร้อมกรอกคำขอออกใบหน่วยลงทุนเพื่อ
การจำนำด้วยตนเองที่บริษัทจัดการหรือสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาของตัวแทน เพื่อ
ส่งให้นายทะเบียนหน่วยลงทุนออกใบหน่วยลงทุนเพื่อใช้ในการจำนำ ทั้งนี้ นายทะเบียน
หน่วยลงทุนจะทำการระงับการทำรายการซื้อขายหน่วยลงทุนไว้ก่อนจนกว่าจะมีการจดแจ้ง
จำนำต่อนายทะเบียนหน่วยลงทุนก็ได้
ปัจจัยความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวม
ผู้ลงทุนควรศึกษาปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนรวม อย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจ
ลงทุน รายละเอียดโครงการฉบับนี้ มีข้อความที่เป็นการคาดการณ์ไปในอนาคต รวมถึงการ
ประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยความเสี่ยง ความ
ไม่แน่นอนและสมมติฐาน ผลการดำเนินงานที่แท้จริงอาจจะแตกต่างจากการประมาณการ
อันเป็นผลมาจากปัจจัยบางประการ ตลอดจนปัจจัยความเสี่ยงต่างๆที่ได้ระบุไว้ที่นี้ รวมถึง
ความเสี่ยงอื่นๆ ที่ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไม่อาจทราบหรือพิจารณาได้ใน
ขณะนี้ว่ามีนัยยะสำคัญ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงที่สำคัญในอนาคต
การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นี้เป็นการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่
มั่นคงในระยะยาว ผู้ลงทุนไม่ควรคาดหวังกำไรระยะสั้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยลงทุน
1. ความเสี่ยงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุน
1.1 ความเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจในประเทศ หรือปัจจัย มหภาคอื่นๆ
ศูนย์การค้าที่กองทุนรวมจะลงทุน มีความเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจของประเทศ
และอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
นอกจากนี้ศูนย์การค้าอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยมหภาค
อื่นๆ เช่น การวางผังเมือง การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร หรือการโยกย้ายของ
ชุมชน อันอาจจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ หรือปริมาณผู้มาจับจ่ายในศูนย์การค้าได้
1.2 ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเมื่อต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์การค้า
ศูนย์การค้าแต่ละแห่งจะต้องซ่อมแซมและปรับปรุงศูนย์การค้าให้ดูใหม่
ทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิต (Life Style) ของลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อ
ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปกติการปรับปรุง หรือ
การซ่อมแซมบำรุงรักษาประจำปีจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ
กองทุนรวม ยกเว้นในกรณีที่เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ซึ่งเป็นการปรับปรุงเพื่อ
เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอกและภายในศูนย์การค้าหรือเป็นการเปลี่ยนงานระบบสำคัญ
ของศูนย์การค้า ซึ่งปกติจะดำเนินการทุก ๆ 10 ปี และศูนย์การค้าจะไม่มีการหยุดดำเนินการ
ในระหว่างช่วงการปรับปรุงนั้นๆ การปรับปรุงจะดำเนินการเป็นส่วน ๆ เฉพาะพื้นที่ที่
ต้องการปรับปรุงเท่านั้น ดังนั้นผลกระทบต่อรายได้ของกองทุนรวมจะเกิดขึ้นเฉพาะ
บริเวณพื้นที่ที่มีการปรับปรุง
อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ในแต่ละครั้ง ผู้บริหารศูนย์การค้า
จะมีการวางแผนเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อร้านค้า และ ลูกค้าน้อยที่สุด และจะต้องศึกษา
ผลกระทบต่อรายได้ และผลตอบแทนที่ได้รับทุกครั้งก่อนดำเนินการ การปรับปรุงซ่อมแซม
ใหญ่ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจศูนย์การค้า เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความ
ทันสมัย และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้าง
ความน่าสนใจของศูนย์การค้า และตอบสนองความต้องการของลูกค้า อันจะเป็นการเพิ่ม
จำนวนลูกค้า ซึ่งก็หมายถึงการรักษาและเพิ่มรายได้และกระแสเงินสดให้กับกองทุนรวมได้
ในระยะยาว
1.3 ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น
ผลประกอบการของกองทุนรวมอาจได้รับผลกระทบจาก สภาวะตลาดของศูนย์การค้า
การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกอบการศูนย์การค้า การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความต้องการ
พื้นที่ค้าปลีก การเพิ่มขึ้นของปริมาณพื้นที่ค้าปลีก (Retail Space) การที่มีจำนวน
ศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นจะส่งผลทำให้อุปทานของพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มขึ้น ทำให้การแข่งขัน
ในการจัดหาผู้เช่าห้องเพิ่มขึ้น
1.4 ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระค่าเช่าของผู้เช่า
ความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้เช่า ส่งผลกระทบถึงการชำระค่าเช่า
การต่อสัญญาเช่า หรือการยกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนด ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบโดยตรง
ต่อรายได้ของกองทุนรวมทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามสัญญาเช่าส่วนใหญ่จะมีอายุ 3 ปี ทำให้ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
สามารถปรับเปลี่ยนร้านค้าในศูนย์การค้าได้ นอกจากนี้การทำสัญญาเช่าทุกสัญญาจะมีการ
เรียกเก็บเงินประกันการเช่าเป็นมูลค่าเท่ากับค่าเช่า 3-6 เดือน ซึ่งสามารถใช้นำมา
ชดเชยเป็นรายได้ของกองทุนรวมในกรณีที่ไม่สามารถเรียกเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าราย
นั้นๆได้
1.5 ความเสี่ยงจากการสูญเสียผู้เช่าหลัก (Anchor Tenants)
การมีผู้เช่าหลักเป็นปัจจัยหนึ่งในการดึงดูดผู้มาจับจ่ายซื้อสิ้นค้าให้
มาเดินที่ศูนย์การค้า เช่น การมีห้างสรรพสินค้า โรงหนัง หรือ โบว์ลิ่ง การสูญเสีย
ผู้เช่าดังกล่าว อาจทำให้ความน่าสนใจของศูนย์การค้าลดลงและปริมาณผู้มาจับจ่าย
ซื้อสินค้าลดน้อยลง และอาจมีผลต่อความสามารถในการรักษาผู้เช่าอื่นๆและรายได้
ค่าเช่าของศูนย์การค้าด้วย
อย่างไรก็ดีสัญญาเช่ากับผู้เช่าหลักส่วนใหญ่จะเป็นการทำสัญญาเช่าระยะ
ระยะยาวกับเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี
1.6 ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต (Life Style)
ศูนย์การค้าที่กองทุนรวมลงทุน อาจจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ
รูปแบบการดำเนินชีวิตที่เกี่ยวกับความต้องการซื้อสินค้าหรือรูปแบบการเลือกซื้อสินค้า
ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในศูนย์การค้า หากศูนย์การค้าไม่
สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบร้านค้า หรือภาพลักษณ์ของศูนย์การค้าได้ทันต่อ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ดังนั้นศูนย์การค้าที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว ผู้บริหาร
ศูนย์จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของรูปแบบการใช้ชีวิต และ การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
ศูนย์การค้า และตลาดค้าปลีก เป็นอย่างดี และต้องดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม
ศูนย์การค้าให้สอดคล้องกับ Life Style ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
1.7 ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และการก่อวินาศกรรม:
การเกิดภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และการก่อวินาศกรรม แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้น
ไม่บ่อยนัก แต่หากเกิดขึ้นในบริเวณที่ตั้งอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม นอกจาก
จะสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของกองทุนรวมแล้ว จะยังความสูญเสียแก่ชีวิตและ
ทรัพย์สินของผู้เช่าและผู้มาใช้บริการในโครงการของกองทุนรวมอย่างประเมินค่าไม่ได้
ทางผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ได้เตรียมมาตรการป้องกันภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และการ
ก่อวินาศกรรมไว้อย่างรัดกุม ตลอดจนมีการฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้
ความเข้าใจ และทักษะในการอพยพผู้คน นอกจากนี้ กองทุนรวมได้ทำประกันภัยที่
ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และการก่อวินาศกรรมไว้
สำหรับอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวม
2. ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของกองทุนรวม
ก่อนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนรวมได้ทำการศึกษาข้อมูล
รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ โดยทำการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Due
Diligence) ศึกษารายละเอียดจากรายงานของผู้ประเมินราคา และ รายงานทางวิศวกรรม
ของอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนั้นๆ อย่างละเอียด อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวมิได้เป็น
การประกันว่า อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวปราศจากความเสียหาย หรือความบกพร่อง ที่
อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงหรือซ่อมแซมเป็นจำนวนที่สูงกว่าที่มีการเปิดเผย
ในหนังสือชี้ชวน รายงานของผู้ประเมินราคา และ รายงานทางวิศวกรรมของอสังหา
ริมทรัพย์ชิ้นนั้นๆ ที่ผู้จัดการกองทุนรวมใช้เป็นพื้นฐานในการประเมินและตรวจสอบ
อสังหาริมทรัพย์อาจมีข้อบกพร่อง มีความไม่ถูกต้อง เนื่องจากความบกพร่องบางอย่าง
ของอสังหาริมทรัพย์ อาจจะตรวจพบได้ยาก หรือไม่สามารถตรวจพบได้ เนื่องจากข้อจำกัด
ในการตรวจสอบ รวมไปถึงเทคนิค ที่ใช้ในการตรวจสอบ หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นข้อจำกัด
ในการตรวจสอบของทั้งผู้ประเมินราคา และวิศวกร
นอกจากนั้นแล้ว อสังหาริมทรัพย์ชิ้นนั้นๆ อาจจะมีการ ละเมิดกฎ ระเบียบ
ข้อบังคับต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการศึกษาข้อมูลรายละเอียดและการ
ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Due Diligence) ของผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
ไม่สามารถครอบคลุมถึงได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้กองทุนรวมเกิดค่าใช่จ่ายหรือข้อผูกพัน
ที่เกี่ยวกับการละเมิดกฎข้อบังคับดังกล่าว
2.1 ความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่าช่วงของผู้ให้เช่าช่วงสิทธิใน
ที่ดินและการเช่าสิ่งปลูกสร้าง
เนื่องจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวของกองทุนรวม เป็นการลงทุนใน
หรือมีไว้ซึ่งสิทธิการเช่าช่วงและสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าการลงทุนใน
สิทธิการเช่าช่วงและสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวมจะได้มีการจดทะเบียน
สิทธิการเช่าระยะยาวไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม แต่กองทุนรวมยังคง
มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเลิกสัญญาเช่าช่วง และ/หรือสัญญาเช่าอสังหา
ริมทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งจะมีผลทำให้กองทุนรวมสูญเสียสิทธิในการได้รับรายได้จาก
อสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
ในที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวที่อาจเกิดมีขึ้น กองทุนรวมจึงได้จัดให้มีการ
ดำเนินการเพื่อเป็นประกันความเสี่ยงดังกล่าว ดังนี้
ก) ดำเนินการขอความยินยอมพร้อมกำหนดเงื่อนไขในการเช่าช่วงที่ดินกับเจ้าของ
ที่ดิน ตามสัญญาเช่าที่ดินที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 2 จำกัด มีอยู่กับเจ้าของที่ดิน
พร้อมกับกองทุนรวมจะจัดให้มีการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการระงับไปซึ่ง
สัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว โดยได้รับสิทธิจากเจ้าของที่ดินในการสวมสิทธิสัญญาเช่า
ที่ดินแทนบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 2 จำกัด
ข) ดำเนินการให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา พระราม 3 จำกัด จำนองที่ดินพร้อมสิ่ง
ปลูกสร้างซึ่งได้แก่ ที่ดินอันเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา รัชดา-พระราม 3
พร้อมอาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา รัชดา-พระราม 3 เพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตาม
(ยังมีต่อ)